[MS] คำซักถาม

posted on 24 Mar 2012 01:45 by alyssa-cubic  in Main-Stories  directory Fiction, Entertainment




*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์


 







 
เวลา: ม.5 ภาคเรียนที่ 2

ตัวละครที่กล่าวถึง: เมย์, ไข่หวาน, เพียง, กร
 
 




- ซีรี่ย์ดราม่า(เหรอ?) ดิ่งเหวต่อเนื่องของนนทกรค่ะ เนื้อเรื่องเรียงลำดับตามนี้นะคะ [MS] ไม่เป็นไร (กร), [MS] คำถาม (กร) , [MS] คำตอบ (เพียง), [MS] คำปรึกษา? (เพียง)


- มีการ Shift Timeline และเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์พอสมควร แนะนำให้ไปอ่านสรุปเรื่องของปีการศึกษา 2554 ก่อนนะคะ  
 
 
 




X – X – X – X – X – X – X – X
 






คืนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คืนที่อลิสานอนไม่หลับ



เด็กสาวนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงควีนไซส์ของตัวเอง พลางพลิกตัวถอนใจยออกมาเป็นระยะ



นาฬิกาตุ๊กตาเรือนโปรดตีบอกเวลายี่สิบสามนาฬิกา สี่สิบนาที บ่งบอกว่าหนึ่งชั่วโมงแห่งการพยายามข่มตาให้หลับได้ผ่านไปอย่างไร้ผล ร่างเล็กจึงตัดสินใจเลิกพยายามและหยัดกายขึ้นมานั่ง



    ...ไม่ไหว...ถ้าขืนไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใครสักคน เห็นทีเธอคงจะนอนไม่หลับแน่ๆ...!



สิ้นความคิด เธอก็เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือมาสไลด์กดเบอร์โทรฯ ที่จำได้ขึ้นใจออกไปอย่างเร็ว หากแต่พอถือสายรอสักพัก ใบหน้าหวานก็ต้องมุ่ยขัดใจครั้นไม่มีสัญญาณตอบรับดังกลับมา



“ดึกป่านนี้คริสตัลต้องหลับแล้วแน่ๆ เลย” น้ำเสียงเล็กพึมพำแผ่วเบา ก่อนเจ้าของร่างจะเอนหลังพิงศีรษะตัวเองเข้ากับหัวเตียง “โอ๊ย...เอาไงดีๆ” เจ้าหล่อนเริ่มโอดครวญ ริมฝีปากบางขบเม้มแน่นประสาคนไม่ได้ดั่งใจ



ดวงตาคู่สวยกวาดไล่มองรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดลงกับรายชื่อหนึ่งที่ทำเด็กสาวชะงัก นิ้วมือเรียวยาวนิ่งงันอยู่กับที่ไปสักพักใหญ่ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนส่องประกายไหววูบน้อยๆ ยามกระแสความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในหัว




มือเล็กแตะค้างอยู่ตรงรายชื่อนั้นพักหนึ่ง...ก่อนที่สุดท้ายเธอจะตัดสินใจเลื่อนผ่านไป...



อลิสาไล่รายชื่อไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดกับรายบุคคลหนึ่ง...คนที่เธอสามารถกดปุ่มโทรออกได้โดยไม่ลังเล...


 







ตรู๊ด...ตรู๊ด...



ดวงหน้าหวานปรากฏรอยไม่สบายใบหลังจากเสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นมาให้ได้ยินเป็นครั้งที่หก



หากจังหวะที่เธอกำลังจะกดตัดสาย น้ำเสียงอันคุ้นก็ดังขึ้นเสียก่อน



“ฮัลโหล เมย์?”



“กว่าจะรับได้นะยะ ตาบ้า!” เจ้าของชื่อขึ้นเสียงโวยวายใส่คู่สนทนาอย่างรวดเร็ว แม้ใจหนึ่งจะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายรับโทรศัพท์ช้า แต่อลิสาก็รู้สึกโล่งอกไม่น้อยที่เธอไม่ได้โทรมารบกวนเวลานอนเข้าอย่างที่นึกกังวล



"โทษทีๆ ตะกี้ฉันติดสายอยู่น่ะ นี่อุตส่าห์รีบวางให้แล้วนะเนี่ย”



“ติดสาย?” เจ้าหล่อนย้อนเสียงสูง คิ้วเรียวขยับเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย “ดึกป่านนี้ยังมีคนโทรหานายอีกเหรอ?”



“ดูพูดเข้า” เขาตอบพลางหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงติดจะขำเสียมากกว่าโมโห “คนนิสัยดีอย่างฉันมีแต่คนโทรหาตลอดนั่นแหละ” เด็กหนุ่มว่าต่อเสียงขบขัน “อ้อ และไม่มีผู้หญิงโทรมาหาหรอกนะ ไม่ต้องเป็นห่วง”



“จะบ้าเหรอ!” อลิสาแหวกลับไปเสียงลั่น “ฉันไม่ได้อยากรู้ซักหน่อย แล้วทำไมฉันต้องเป็นห่วงด้วยละยะ!”



“ก็รายงานเผื่อไว้ก่อนไง คราวหลังเธอจะได้ไม่ต้องลำบากมาตามสตอล์กฉัน” ประโยคพาดพิงที่เด็กสาวหน้าร้อนวูบวาบ อีตาบ้านี่คิดว่าเธอเป็นพวกจุ้นจ้านอยากจะรู้เรื่องของชาวบ้านไปทั่วรึยังไง! ถึงเธอจะเคยทำแบบนั้นมาก่อนก็เถอะ แต่ความผิดพลาดพรรค์นั้นไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นก็ได้ย่ะ!



“น้อยๆ หน่อยเถอะ อีตาบ้า! อย่ามากวนประสาทฉันนะยะ!”



“ฮ่ะๆ ล้อเล่นนิดเดียวเองน่า ว่าแต่วันนี้เธอมีเรื่องอะไรเนี่ย โทรมาซะดึกเชียว?”



“เอ่อ...” แปลกดีเหมือนกันที่พอถึงเรื่องจริงจังแล้วเธอกลับหาคำพูดไม่เจอ “ก็....มีเรื่องอยากคุยด้วย...นิดหน่อย”



น้ำเสียงขัดเขินจากบุคคลเคยพูดเก่งทำปลายสายชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนน้ำเสียงทุ้มจะเอ่ยเย้าขบขัน



“อะไร... อย่าบอกนะว่าคิดถึงฉัน” Cry



ร่องรอยความลำบากใจที่เคยมีจางหายไปแทบจะทันที อลิสาตวาดแหวโต้ไปอย่างเร็ว



“อี๋!~ ไข่หวาน! นายจะบ้าเหรอ!! ถามจริง ช่วงนี้ไปเอาความหลงตัวเองมาจากไหนเยอะแยะ! ฉันเริ่มรับไม่ได้แล้วนะ”



“ปัดธ่อ เมย์ ฉันแค่แซวเล่นเฉยๆ เอง เธอนี่ก็ซีเรียสไปได้” คำกล่าวกลั้วหัวเราะอย่างไม่อนาทรร้อนใจทำเธอนึกหมั่นไส้จนสำลักลมหงุดหงิดไปให้อีกระลอก ก่อนสุดท้ายจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจเฮือก



ดูเหมือนคู่สนทนาจะเริ่มจับเค้าความกังวลผ่านความเงียบชวนอึดอัดที่โรยตัวขึ้นต่อมาได้ น้ำเสียงที่เอ่ยถามจึงเริ่มจริงจังขึ้นกว่าเดิม



“เมย์...สรุปเธอมีเรื่องอะไรรึเปล่าเนี่ย?”



“....”



“?”



“....ช่วงนี้นายได้คุยกับเพียงมั่งรึเปล่า?”











           เดดแอร์ 30 วินาที











“....หา?” 




“ไม่ต้องมาหงมาหา ฉันถามว่าได้คุยมั่งรึเปล่าไง” เด็กสาวถามย้ำ หากว่าเธอหูไม่ฝาด เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงจึ๊กจั๊กคล้ายขัดใจดังมาจากปลายสาย ก่อนจะตามด้วยถ้อยคำฟังไม่ได้ศัพท์ยาวเหยียด



“ไอ้เราก็นึกว่ามีเรื่องอะไรอยากจะคุยด้วย ที่ไหนได้ดันถามเรื่องไอ้เพียงซะงั้น” เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกหน ตบท้ายด้วยคำตอบที่ฟังชัดเจนกว่าตอนแรก “ก็เพิ่งวางสายมันไปตอนเธอโทรมาเนี่ยแหละ”



“อ๊ะ เหรอ แล้วหมอนั่นว่าไงบ้าง?”



เจ้าหล่อนซักต่อหน้าตาเฉย ทำเอาปลายสายเงียบไปอีกรอบ



“......เธอจะอยากรู้ไปทำไม”



น้ำเสียงที่ใช้ฟังกระด้างผิดหูจนอลิสาต้องขมวดคิ้วเข้า



“เอ๊ะ ก็อยากรู้เฉยๆ ไม่ได้รึไงเล่า”



“นี่สรุปเธอโทรมาหาฉันเพราะอยากถามเรื่องไอ้เพียงเนี่ยนะ?” 



เจอคำถามตรงประเด็นเข้าแบบนี้คนถูกถามก็สะดุ้งโหยง ละล่ำละลักปฏิเสธแทบไม่ทัน



“บ้าเหรอ! เปล่าสักหน่อย! ฉันแค่เป็นห่วงกรต่างหาก!” เจ้าหล่อนแย้งเสียงสูง “ที่ฉันถามก็เผื่อว่านายจะรู้ว่าสองคนนั้นเขามีปัญหาอะไรกัน ...เรื่องของเรื่องคือฉันไปเยี่ยมกรที่โรงพยาบาลมาเมื่อวันก่อนแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเลย”



“สภาพกรแย่ขนาดนั้น?”



อลิสาถอนหายใจ



“ยิ่งกว่าแย่ซะอีก เล่นไม่ยอมกินอะไรเลย เอาแต่ก้มหน้านิ่งท่าเดียว ถามคำตอบคำหยั่งกับตุ๊กตาถ่านหมด” พูดถึงตรงนี้เธอก็นิ่งไป นัยน์ตาสีน้ำตาลหรี่แคบลงยามสมองนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอออกปากซักถึงสาเหตุอาการซึมของเพื่อน



“....กรเล่าให้ฟังว่าโดนหมอนั่นโกรธ”



ประโยคที่อีกฝ่ายลากเสียงตอบรับกลับมาเบาๆ



“...อา...ไอ้เพียงก็บอกว่าทะเลาะกับกรมา”



แทนที่จะรู้สึกดีกับคำยืนยัน ไม่รู้ทำไมอลิสาถึงได้ทวีความฉุนขึ้นกว่าเดิม



“แล้วจะต้องมาทะเลาะอะไรกันตอนนี้ด้วยเล่า! รู้ๆ กันอยู่ว่าตอนนี้อาการกรน่าเป็นห่วง ทำอะไรไม่รู้จักเห็นใจคนอื่นซะมั่งเลย เอาแต่ใจตัวเองชะมัด!”



“เฮ้ย...เฮ้ย... คนที่เธอควรโวยวายใส่มันไม่ใช่ฉันรึเปล่า?” อชิระปรามเสียงเครียด เรียกเสียงฮึดฮัดไม่สบอารมณ์ดังมาจากเด็กสาวที่สนทนาด้วย ทว่าเจ้าหล่อนก็ไม่คิดจะต่อคำอะไร



หลังจากเงียบไปซักพัก เด็กหนุ่มก็ซักสิ่งที่คาใจต่อ



“จะว่าไปก็แปลก...ปกติเธอต้องโทรไปเฉ่งมันแล้วนี่ ไหงคราวนี้ถึงมาถามเอากับฉันล่ะ?”



“ก็...!” อลิสากล่าวค้างไว้แค่นั้น ก่อนภาพเก่าในความทรงจำจะผุดกลับมาอีกรอบ



นัยน์ตาคู่เดิมของคนคุ้นเคย หากในวินาทีนั้นก็เหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน



สายตาขุ่นขวางไม่สบอารมณ์ที่เป็นสาเหตุให้เธอไม่สบายใจจนนอนไม่หลับ



ใบหน้าหวานพลันสลดลงในทันที



“...ฉันไม่อยากคุยกับหมอนั่นนี่...”



“ฮ่ะฮ่า! แปลว่าอยากคุยกับฉันมากกว่าใช่มะ!”



ประโยคยกตัวประสาคนร่าเริงทำเอาอารมณ์ขุ่นมัวที่ตั้งเค้าไว้เมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น อลิสาแว้ดใส่บุรุษปลายสายด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเป็นปกติอย่างเร็ว



“ตลก! ถ้าคริสตัลไม่หลับไปแล้วฉันก็คงไม่โทรหานายหรอกย่ะ!”



“ชิ ใจร้ายชะมัด...เอาวะ ฉันยอมให้คริสตัลคนนึงก็ได้”



“ฮะ? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” Laughing



“ไม่มีอะไรๆ” ฝ่ายนั้นว่าเบี่ยงประเด็น “ฉันว่า...เธอไม่ต้องคิดมากเรื่องที่พวกนั้นทะเลาะกันหรอกน่า ฉันคุยกับเพียงมันไปแล้ว มันยอมรับมันว่าใจร้อนไปหน่อย เห็นว่าจะไปขอโทษกรเร็วๆ นี้แหละ”



“ก็สมควรอยู่” เธอพยักหน้าเห็นด้วย  “ว่าแต่นายรู้รึเปล่าว่าสองคนนั้นเขาทะเลาะอะไร?”



“อืม... ไอ้เพียงมันว่ากรทำให้มันรู้สึกพึ่งพาไม่ได้ มันก็เลยหงุดหงิด พอหงุดหงิดแล้วมันก็พาล...อะไรทำนองนั้นละมั้ง”



“ก็พาลจริงๆ นั่นแหละ! นิสัยไม่ดี พออารมณ์เสียแล้วมาลงคนอื่น”



“หา?”



พอรู้ตัวว่าเผลอหลุดปาก ร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือก



“ก...กรเล่าให้ฟังมางั้นน่ะ!”



“หืออ? ฟังดูไม่ใช่มันเลยนะ นิสัยเหมือนคนแถวนี้มากกว่าอีก”



“เอ๊ะ นี่นายว่าฉันเหรอ!”



“เปล๊า ยังไม่ได้พูดชื่อเธอซักคำ”



อลิสาแยกเขี้ยววับ



“เชอะ! อย่างน้อยฉันก็ไม่ทะเลาะกับคนที่สภาพจิตใจไม่ดีหรอกย่ะ”



“แต่คราวนี้มันว่ามันโกรธจริง ฉันล่ะอยากเห็นเหมือนกันนะ คนที่ปกติยิ้มแป้นได้ทั้งวันแบบนั้นตอนโกรธจะเป็นยังไง”



ประเด็นคำถามที่เจ้าหล่อนเบ้หน้าหงิก



“เฮอะ ไม่เห็นจะน่าดูเลย!”



“จริงเหรอ ฉันว่าน่าสนใจดีออก เธอว่ามันจะยิ้มเหี้ยมๆ ส่งรังสีอาฆาตแบบในการ์ตูนมั้ย หรือว่ามันจะฟิวส์ขาด ระเบิดตู้ม! เป็นโกโก้ครั้นซ์เลย”



“ไม่ทั้งสองอย่างนั่นแหละ...” เธอลากเสียงตอบ ก่อนจะสะดุ้ง รีบอธิบายกลบเกลื่อน “คือ...ฉันเดาเอาเองน่ะ! ...อีกอย่างคนบ้าที่ไหนจะระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครันซ์”



“หึ แต่ฉันก็รู้จักใครบางคนที่เหวี่ยงทีเหมือนระเบิดลงนะ”



“เอ๊ะ นี่นายว่าฉันอีกแล้วนี่! พอเลย นิสัยไม่ดี ไม่อยากคุยด้วยแล้ว!” 



“เฮ้ยๆ ขอโทษๆ ๆ ไม่พูดแล้วก็ได้ อย่าเพิ่งวางสายดิ”



“โอ๊ย มีอะไรอีกเล่า นี่มันดึกจะแย่แล้วนะ ฉันง่วง”



“ง่า..คือแบบว่า..." ปลายสายลากเสียงคล้ายกำลังนึกหาเหตุผล "จริงๆ วันนี้จะมีบอลตอนตีหนึ่ง ฉันกลัวฉันหลับไปก่อน เพราะงั้นอยู่เป็นเพื่อนคุยกันก่อนสิ” คำร้องขอทำคนฟังตาโต



“นายจะบ้าเหรอ! ฉันไม่อยู่คุยด้วยจนถึงป่านนั้นหรอกย่ะ!”



“น่าๆ เอาแค่ใกล้ๆ กันได้ ขืนเธอวางสายไปตอนนี้ล่ะก็มีหวังฉันหลับชัวร์”



“ก็ตั้งนาฬิกาปลุกสิยะ”



“ตั้งแล้วมันเคยได้ผลที่ไหนล่ะ”



“งั้นก็โทรไปหาใครซักคนแล้วชวนเขาคุยแทนสิ!”



“ก็ไหนๆ เธอก็โทรมาแล้ว ฉันจะไปเสียค่าโทรศัพท์หาคนอื่นทำไมเล่า อีกอย่างป่านนี้เขานอนกันหมดแล้ว”



“น่าเกลียดมาก!! เป็นผู้ชายประสาอะไรเนี่ย ขี้เหนียว!”



“งั้นเดี๋ยวฉันโทรหาเธอแทนก็ได้ เอามั้ยล่ะ?”



“แล้วมันจะต่างกันตรงไหนละยะ!!”



“เอาเถอะน่า ถือซะว่าช่วยสงเคราะห์ฉันแล้วกัน ฉันไม่ทำเธอเบื่อจนหลับหรอก รับรองได้”



“อาจจะไม่เบื่อจนหลับ แต่เหนื่อยจนหลับมากกว่า คุยกับนายเปลืองพลังงานเสียงฉันจะตาย”



“แค่เธอเลิกโวยวายแล้วพูดคะๆ ขาๆ ซะก็หมดเรื่องแล้ว”



“อี๋~ แล้วทำไมฉันต้องพูดแบบนั้นกับนายด้วยละยะ!”



“เห็นมะ ก็เล่นเป็นซะแบบเนี้ยะ เพราะงั้นก็อย่าบ่นเลยน่ะ”











อลิสาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อเจ้าประคุณไปฝึกวิทยายุทธิ์การตื๊ออีท่าไหนมา รู้ตัวอีกทีกว่าเธอจะได้วางสายก็กินเวลาเกือบชั่วโมง เด็กสาวได้แต่ส่ายหน้าด้วยความรู้สึกทั้งฉิวทั้งขันขณะเอื้อมมือไปวางโทรศัพท์ลงบนชาร์ทเจอร์หัวเตียง



ถึงจะมีบางช่วงที่ชวนอารมณ์เสียไปหน่อย แต่บทสนทนาที่ผ่านมาก็สนุกดี ที่สำคัญมันช่วยให้เธอเลิกฟุ้งซ่านไปได้มากโขเลยทีเดียว



ถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนสนใจเรื่องชาวบ้าน แต่ทุกครั้งที่เพื่อนเธอทะเลาะกันเธอก็มักจะรู้สึกไม่สบายใจทุกที อย่างไรก็ตาม...เธอก็ไม่เคยเก็บปัญหาเหล่านี้มาใส่ใจแต่ไหนแต่ไร



ทว่าครั้งนี้ทำไมครั้งนี้เธอถึงได้เก็บพฤติกรรมของใครบางคนมาคิดมาก ...เรื่องนี้ แม้แต่ตัวเธอเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน...



บางทีตัวเธออาจจะไม่ชอบความรู้สึก...เวลาถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น...



สายตาขุ่นขวาง สายตาเหมือนกับเห็นเธอเป็นตัวน่ารำคาญ



ความคิดดังกล่าวทำร่างเล็กถึงกับสะท้านด้วยเหตุผลที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ อลิสาสะบัดหน้าไปมาพยายามไล่ความคิดชวนหม่นมองดังกล่าวออกไปจากสมอง



     ไม่ใช่สักหน่อย! เธอแค่เป็นห่วงกรและกำลังหงุดหงิดต่างหาก! ถึงเธอจะเป็นคนเจ้าอารมณ์และชอบพาลใส่คนอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะโอเค ถ้ามีคนมาพาลใส่เธอด้วยซักหน่อย!!



     คนเขาคุยด้วยดีๆ มาเมินกันเฉยๆ ใช้ได้ที่ไหน!
 
 
 
สรุปความคิดเสร็จ ร่างเล็กก็คว้าหมอนหนุนของตัวเองไปวางพาดเข้ากับหัวเตียงดังตุ๊บ! ก่อนจะรีบทิ้งตัวลงนอนหลับตาอย่างรวดเร็วแทนการระบายอารมณ์



     อย่างน้อยเรื่องทุกอย่างก็ดูมีแนวโน้มจะคลี่คลายไปในทางที่ดี พอถึงวันจันทร์ทั้งคู่ก็คงไปเคลียร์กันเรียบร้อย กรก็คงจะรู้สึกดีขึ้น และบรรยากาศทั้งหมดก็จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง



     ...รวมถึงความรู้สึกแปลกๆ ของตัวเธอเองด้วย....




สิ่งที่เธอหวังไว้ก็มีแค่นั้นจริงๆ



























  *สรุปเรื่อง*

- เมย์นอนไม่หลับ เพราะคิดมากเรื่องที่โรงพยาบาล เลยตัดสินใจหาคนคุยด้วย
- ตั้งใจโทรหาคริสตัล ปรากฏว่าหลับไปแล้ว
- ไล่รายชื่อโทรศัพท์ เกือบจะโทรหาใครคนนึง แล้วก็ตัดสินใจไม่โทร
- สุดท้ายก็โทรหาไข่หวานแทน
- คุยไร้สาระไปได้พักนึง เมย์ก็ยิงคำถามว่าได้คุยกับเพียงบ้างมั้ย
- ไข่หวานแอบเซ็งนิดหน่อย แต่ก็ตอบโดยดี
- เมย์เลยซักต่อว่าเพียงทะเลาะกับกรเรื่องอะไรจากไข่หวาน ซึ่งตอบกลับมาว่ามันแค่อารมณ์เสียเฉยๆ
- เมย์ก็เลยเหวี่ยงใส่ไข่หวานต่อว่าคนบ้าอะไรโมโหแล้วมาลงกับคนอื่น
- ไข่หวานก็เลยแซวว่านิสัยแบบนั้นเหมือนคนที่เขากำลังคุยอยู่ด้วยมากกว่านะ
- เมย์งอนก็เลยจะวางสายไปนอน ไม่คุยแล้ว
- แต่ฝ่ายชายก็สามารถหา(กุ)เรื่องมาลากเธอคุยต่อได้เกือบชั่วโมง ทำคะแนนต่อได้อีกหน่อย...
- หลังจากวางโทรศัพท์เมย์ก็สบายใจขึ้นในระดับนึง แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจท่าทางของเพียงเมื่อวันก่อนอยู่ดี
- แต่ทำไมต้องเก็บมาคิดมาก...เรื่องนี้แม้แต่ตัวเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
- สุดท้ายก่อนจะหลับก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวพอเพียงไปขอโทษกร ทุกอย่างก็คงจะดีขึ้น
 








 X – X – X – X – X – X – X – X




ซีรี่ย์ดราม่าที่ในที่สุดก็เบียดคิวมาเขียนต่อได้ซักที หลังจากผลัดมาหลายช่วง (ดองตอนที่เหลือไว้เต็มเลย ยังไม่ได้เคลียร์ซักอย่าง ขออภัยทุกคนมากๆ ที่จริงอยากเขียนฉากคริส*วรุณก่อนหน้านี้ด้วย ...แต่ก็ดองอีกเหมือนกัน) Foot in mouth


คราวนี้หาชื่อเอ็นทรีมาเล่นด้วยจนได้ ซีรี่ย์ที่สามแล้วใช่มั้ยเนี่ย ฮ่ะๆ


เขียนจบแล้วสงสารตาเบ็นเท็นยังไงไม่รู้ นี่ตอนแกเด่นแท้ๆ ทำไมรู้สึกเป็นต่อจังเลยวะ ทำคะแนนเซะ!
*แต่ความลำเอียงรักหมอนี่ก็ยังเยอะกว่าทุกตัวนะ เอาจริง ฮ่ะๆ*  


เพียงพิทักษ์
น่าหมั่นไส้เสมอ...ขนาดไม่มีบทให้มันยังหล่อเลย...โกรธบ่อยๆ ก็ไม่ดีแฮะ เกินหน้าเกินตา *โดนแม่เพียงโดดถีบ*


สำหรับภาษา....แย่แล้ว เข้าไหไปหมดแล้ว เขียนอะไรแข็งๆ กระด้างๆ เอาจุดประสงค์จนเคยชินทำให้ต้องรื้อฟื้นอีกเยอะเลย ขอให้ผ่านได้มหาวิทยาลัยให้เรียบร้อยก่อนนะจะมาแบบสวยๆ เสื่อมๆ ใหม่อีกหน


ว่าแต่...คิวตอนต่อไปนี่....ใครเขียนน่ะ....?
สารภาพว่าแม่กรจ๋า...พี่ลืมพล็อตแล้ว กรุณามารื้อความจำให้ด้วย พลีส Tongue out




X – X – X – X – X – X – X – X




ปล. ข้ามไปข้ามมากันเยอะ งงกันมั้ยเนี่ยพวกเธอ? จริงๆ คือนี่มันเข้าเมนพอนย์สามเส้า(เสื่อม)แล้วนะ

ปลล. แล้วทำไมเอ็นทรีที่ลงดีเทลเรื่องความสัมพันธ์ตัวละครมันต้องเป็นบล็อคเมย์ตลอดเวลาเลยฟะ (แกเขียนเลี่ยงบาลีไ่ม่เป็นอะดิ!)


*Alyssa* View my profile

Favourites