[MS] Reconciliation.

posted on 05 Jun 2014 04:09 by alyssa-cubic in Main-Stories




*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์


 






 
เวลา: ม.5 ภาคเรียนที่ 2

ตัวละครที่กล่าวถึง: เมย์, มะลิ, วรุณ, กาล, กร, เพียง, ไข่หวาน  
 
 




- ซีรี่ย์มหากาพย์ดราม่า(เหรอ?) ดิ่งเหวต่อเนื่องของนนทกรมาต่อแล้วค่ะ เนื้อเรื่องเรียงลำดับตามนี้นะคะ [MS] ไม่เป็นไร (กร), [MS] คำถาม (กร) , [MS] คำตอบ (เพียง), [MS] คำปรึกษา? (เพียง)  , [MS] คำซักถาม (เมย์), [MS] คำขอโทษ (กร), [MS] คำเฉลย (เมย์), [MS] พลาด (เพียง) , [MS] Solace (เมย์)

 

- มีการ Shift TL และเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์พอสมควร แนะนำให้ไปอ่านสรุปเรื่องของปีการศึกษา 2554 ก่อนนะคะ  




- กลับมาวิธีเดิมๆ คือปาดก๊อปแปะ....ลืมกันไปรึยัง....หายหน้าหายตากันไปเป็นปี ขอบคุณ HB นะที่จุดไฟให้ดิฉันกลับมาอ่านเอ็นทรี เลยขอเคลียร์ดราม่า on behalf of ผปค. ทุกคนที่ดองเรื่องยาว ใช่แล้ว พวกเธอควรจะรู้ไว้นะว่าคิวเคลียร์ดราม่าตรงนี้ไม่ควรเป็นฉัน! ผลคือยังไงคะ...ไม่ดราม่าสิคะ แม่เมย์เขียนไม่เป็น Foot in mouth และไม่ได้เขียนมานานมาก อย่าลืมเรื่องไปก่อนนะเอ้อ



 
 


X – X – X – X – X – X – X – X
 
 
 
 
 
 

หลังจากยืนทำใจล่วงหน้ามาสักพัก ในที่สุดเด็กสาวก็พาร่างตัวเองกลับมายืนตรงหน้าห้องคนป่วยได้สำเร็จ และทันทีที่เหลือบมาเห็นเธอ อัจฉราก็ค่อยๆ สาวเท้า กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา ใบหน้าขาวจนเกือบซีดแฝงรอยกังวลเด่นชัด ไม่ต่างจากนัยน์ตาคู่โตที่ส่อเค้าความไม่แน่ใจออกมาเบาบาง




สีหน้าดังกล่าวสร้างความอึดอัดใจให้อลิสาไม่น้อย เธอจึงเลือกที่จะหลบหน้า ไม่กล้าสู้สายตา ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่าการกระทำโดยไม่ยั้งคิดของเธอทำให้ใครหลายคนต้องเสียความ รู้สึกไปมากมายแค่ไหน




ทว่าอึดใจต่อมา อัจฉรากลับเป็นฝ่ายคว้ามือของเธอมากุมเสียเอง กิริยาที่เรียกดวงตาสีน้ำตาลคู่โตให้ตวัดสบอย่างประหลาดใจ




“เมย์... เป็นยังไงบ้าง? เราเป็นห่วงมากเลยนะ รู้สึกดีขึ้นรึยัง?” ถ้อยคำห่วงหาอาทรที่แม้จะสั่นเทา แต่ก็ฟังดูเรียบง่ายและจริงใจเสียจนอีกฝ่ายชะงักกึก อลิสาสะท้านวูบไปทั่วทั้งร่าง




ทั้งๆ ที่เธอระเบิดอารมณ์รุนแรงไปแบบนั้น...

   




ทั้งๆ ที่เธอพูดจาทำร้ายจิตใจกรรุนแรงขนาดนั้นแท้ๆ...




...ยังมีแก่ใจเป็นห่วงเธออีกหรือ?




ความคิดที่ยิ่งทำให้ขอบตาที่เริ่มแห้งกลับมาร้อนผ่าวใหม่อีกหน




“อื้อ...ฉันไม่เป็นไรแล้ว ...กรล่ะ?” เด็กสาวว่าปัดๆ ขณะกระพริบตาถี่ๆ เพื่อข่มน้ำใสๆ เอาไว้ข้างใน




“ตอนนี้คุยกับกาลกับวรุณอยู่ข้างในน่ะ...” อัจฉราทอดเสียงตอบ ดวงตาสีเข้มกว่าเลื่อนลงมาสบอีกครั้ง ก่อนจะกระชับมือเพื่อนสาวคนสนิทไว้ ดวงหน้าหวานระบายรอยยิ้มแทนกำลังใจมาให้




“เราว่า...เมย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เราเข้าใจความรู้สึกเมย์ดี คือ..ยังไงดีล่ะ...คือตอนรู้...เราก็ตกใจ และเสียใจมากเหมือนกัน”




เด็กสาวว่าอึกอัก คล้ายพยายามกลั่นกรองคำพูด




“กรอาจจะเครียด ทำให้อาจคิดมากและสับสนไปบ้าง แต่เราว่ากรคงไม่ได้คิดอะไรกับเมย์อย่างนั้น หรอกนะ...นะ...”




ถ้อยคำปลอบประโลมที่เรียกรอยยิ้มบางเบาให้ประดับฉายบนใบหน้าน่ารักของคนฟัง




“มะลิเนี่ย เป็นคนดีจริงๆ นะ”




ประโยคเปรยๆ ที่อัจฉราชะงัก กระพริบตาปริบๆ




“เอ๊ะ?”




“ทั้งที่ฉันทำนิสัยไม่ดีขนาดนั้นแท้ๆ ยังอุตส่าห์เป็นห่วงและปลอบใจฉันอีก” อลิสาว่า ก่อนจะคลายรอยยิ้มออกมาบางๆ




“ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ...ขอบใจมากนะ”




เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้นมาก อัจฉราก็ค่อยยิ้มออก




“ไม่หรอก... ถ้ามันทำให้เมย์สบายใจ เราก็ยินดีนะ” เธอว่าจริงใจ “...ก็เพื่อนกันนี่นา”




   ใช่...ก็เพื่อนกันนี่นา...




อลิสากล่าวย้ำกับตัวเองในใจ




   เพราะงั้นอะไรที่เธอสามารถทำให้กรสบายใจได้...เธอก็ควรจะทำเหมือนกัน




“ฉันอยากคุยกับกรน่ะ...” เธอเปิดประเด็นก่อนจะเบือนหน้าไปสบตากับคนข้างๆ ที่เบิกตากว้างมาให้อย่างตระหนก




สีหน้าที่เธออดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้




“...คราวนี้แบบดีๆ ต่างหากล่ะ เมื่อกี้ฉันก็พูดแรงไป...ยังไง...ฉันก็ควรจะขอโทษ”




อัจฉรานิ่งไปพักหนึ่ง แล้วพยักหน้าสนับสนุน




“งั้นรอแป๊ปนึงนะ เดี๋ยวเราไปบอกกาลกับวรุณให้ก่อน” พูดจบเธอก็ผละตัวเดินจากไป








X – X – X – X – X – X – X – X








ใช้เวลาไม่นานกาลกับวรุณก็ค่อยๆ ทยอยกันออกมาจากห้อง



ตอนหันไปสบตากับทั้งคู่ อลิสาสังเกตเห็น หนึ่งแววตาปรากฏความเห็นใจ ในขณะที่อีกหนึ่งแฝงรอยตำหนิมาให้หน่อยๆ ตามนิสัย แม้สีหน้าอีกฝ่ายจะดูเป็นห่วงไม่น้อยก็ตาม




“ขอบใจมากนะ เดี๋ยวยังไงฉันเข้าไปเคลียร์กับกรต่อเอง” เธอกล่าวเรียบๆ ระหว่างสืบเท้าไปยังประตู




“คราวนี้ถ้าจะพูดอะไร....” เสียงเข้มๆ ติดจะดุของกาลเรียกสายตาเธอให้หันไปมองอีกหน แต่พอเด็กหนุ่มเห็นความนิ่งสงบที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลคู่โตของอีกฝ่าย เขาก็นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว




“...ก็ใจเย็นๆ หน่อยแล้วกัน ตอนนี้กรอ่อนแอมาก ...อะไรที่ทำหมอนั่นรู้สึกดี...พวกเราก็ควรช่วยๆ กัน” สิ้นคำเขาก็ยกมือดันกรอบแว่น




“ฝากด้วยล่ะ”




“อื้อ”




อลิสายิ้มรับ พยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ หมุนลูกเปิดประตูเข้าไปด้านใน








X – X – X – X – X – X – X – X








บานประตูไม้สีขาวค่อยๆ เปิดแง้มออกทีละน้อย เผยให้เห็นบรรยากาศมืดสลัวชวนอึมครึมภายในห้องผู้ป่วยที่อบอวลไปด้วยกลิ่น โรงพยาบาล หน้าต่างบานใหญ่สะท้อนภาพพระอาทิตย์ทรงกลดจนเริ่มตกดินไปได้สักพักแล้ว แต่นนทกรกลับไม่คิดจะเปิดไฟในห้องเลยแม้แต่ดวงเดียว




เสียงเปิดประตูเรียกสายตาอ่อนแรงของผู้ป่วยให้หันไปมอง ก่อนร่างสันทัดจะชะงัก และเกร็งตัวทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่




นนทกรหลบตาวูบ ซ่อนใบหน้าไว้ใต้เงาผมที่ตกลงมาปรกดวงตา




การเผชิญหน้าครั้งใหม่เริ่มต้นด้วยความเงียบหนักอึ้ง สร้างความไม่ลำบากใจให้ทั้งคู่ไม่น้อย ต่างฝ่ายจึงลอบจดจ้องกันไปมาสักพักโดยไม่มีใครคิดออกว่าควรจะเริ่มประโยค อย่างไรดี




“เอ่อ...” ในที่สุดอลิสาก็เป็นคนทำลายความเงียบ “คือว่า....”