*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Cafe
 

 
 


 
 
 
 
เวลา: มิถุนายน, 2014
 
ตัวละคร: อัยย์, ศิ, โอห์ม, จีน, อี้, เอฟ
 
 
 







[HB 006] - วันวุ่นวายกับสายชาร์ทไอโฟน
 









“--น้าคะ คุณน้าศิคะ!”



เสียงแจ้วๆ เรียกสติคนกำลังจะหลับลึกให้หลุดออกจากภวังค์



..ไม่สิ จะเรียกว่าหลับก็ไม่ถูก เขาแค่เบลอจากการจ้องคอมพิวเตอร์นานเกินไปก็เลยต้องขอพักสายตาแป๊ปนึงต่างหาก



    อา...สงสัยกาแฟจะหมดฤทธิ์อีกแล้วมั้งเนี่ย



“หืม---?”



ศิลาลากเสียงแล้วหันไปสบตาผู้หญิงคนข้างๆ ด้วยสีหน้าง่วงๆ ติดจะงงๆ ตามวิสัย



อาการที่หญิงสาวผมซาลาเปาหรี่ตา กลั้นหัวเราะหึๆ



“หลับอีกรึเปล่าคะเนี่ย? อัยย์เรียกตั้งนานนะคะกว่าจะตอบ”



“ไม่ได้หลับ แค่พักสายตาเฉยๆ” ว่าพลางคว้ากาแฟที่ผสมน้ำเปล่าจนเจือจางข้างๆ ขึ้นมาจิบต่ออีกหน่อย



“ว่าแต่มีอะไรรึเปล่า?”




ไอยวริญท์คลายรอยยิ้มประจบ ซักต่อเสียงออดอ้อน



“คุณน้ามีสายชาร์ท iPhone ปะคะ? ขออัยย์ยืมหน่อยได้มั้ย คืออัยย์ลืมของตัวเองไว้ที่บ้านอะค่ะ แล้วนี่แบตก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย”



คำถามที่อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ ให้เจ้าหล่อนฉีกยิ้มร่าดีใจ ศิลาใช้เวลาค้นของในกระเป๋าไม่นานนักก็จัดการส่งสายชาร์ทโทรศัพท์มือถือไปให้คนที่กำลังนั่งยิ้มแป้นรออยู่โต๊ะข้างๆ



“เย่! ขอบคุณค่ะ”



หากทันทีที่ของดังกล่าวถูกวางลงบนโต๊ะ ใบหน้าสดใสเมื่อครู่ก็เป็นอันสลดลงทันควัน









    นี่มัน...........





    ...............สายชาร์ท iPhone 4 นี่หว่าเฮ้ย











    ใช้ด้วยกันไม่ได้เฟ้ย!









“แง้...หัวปลั๊กมันไม่เหมือนกัน อัยย์ใช้ iPhone 5S อะ คุณน้า!”



เจ้าหล่อนประท้วงเสียงสูง น้ำตาแทบจะไหลพรากๆ แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ตอนนี้แบตเตอรี่เธอกำลังเข้าขั้นวิกฤติแล้วซะด้วย



ส่วนไอ้สาเหตุที่ทำให้แม่เจ้าประคุณดูร้อนรนแถมยังดราม่าเสียเหลือเกินนี่ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ...



.......แค่กำลังเล่นเกมค้างไว้อยู่เฉยๆ......



ถ้าขืนแบตหมดขึ้นมาตอนนี้ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ซึ่งก็แปลว่าไอ้คะแนนสูงลิบลิ่วที่เธออุตส่าห์สะสมไว้กว่าครึ่งค่อนวันนี่ได้หายวับไปกับสายลมผ่านแน่...



   เอาไงดีล่ะ...



อีกหนึ่งทางรอดที่เธอคิดเอาไว้ก็คือยอมบากหน้าไปขอยืมสายชาร์ทจากณชนกในห้องทำงาน ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้ยากลำบากซักเท่าไหร่หรอกนะ ถ้าไม่ติดว่าเธอดันมีชนักติดหลังเพราะเพิ่งก่อวีรกรรมป่วนร้านเขาจนวุ่นวายไปเมื่อชั่วโมงก่อน



...ผลก็เลย....โดนเจ้าแม่ฉะใส่ไปเมื่อตะกี้น่ะสิ...



   ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากจะหลบหน้านางก่อน ขี้เกียจฟังแม่คุณสวดบทชะยันโตซ้ำอีกหน...



ดูท่าคนอายุมากกว่าคงจะนึกเห็นใจเธอที่ลำบากเมื่อยหน้าดราม่าต่อเนื่องมาตลอดห้านาที (แม้ว่าเหตุผลมันจะไม่มีสาระสำคัญแต่ประการใดเลยก็ตาม) ถึงได้ออกปากถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ...ติดจะง่วง เหมือนอย่างเคย



“หัวปลั๊กมันเป็นยังไงล่ะ?”



ไอยวริญท์ตวัดตามาสบวูบ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์คู่ใจไปให้ดูอย่างว่าง่าย



“แบบนี้อะค่ะ”



ศิลาหน้านิ่งไปสักพัก หัวคิ้วสองข้างมุ่นเข้าหากันเหมือนคนพยายามระลึกชาติ ก่อนเจ้าตัวจะก้มคุ้ยหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าเป้ข้างตัวดังกุกกัก



ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็จัดการส่งหัวแปลงเอนกประสงค์ไปให้ผู้หญิงคนข้างๆ เรียกรอยยิ้มแป้นแล้นให้ปรากฏบนใบหน้าขาวใต้กรอบแว่นรวดเร็ว



“ว้าย คุณน้าเยี่ยมไปเลย เตรียมพร้อมเหมือนกันนะคะเนี่ย!”



คำชมที่อีกฝ่ายย้อนหน้านิ่ง



“ไม่หรอก... ไม่ถึงขนาดเตรียมปลั๊กพ่วงมา”



“แหม่ ถ้าไม่ติดว่าอัยย์ฝากทิ้งไว้ที่นี่ก็ไม่คิดจะแบกมาบ่อยๆ ให้เมื่อยหรอกค่ะ หึหึ”



ไอยวริญท์ต่อปากต่อคำอย่างอารมณ์ดีระหว่างเสียบโทรศัพท์มือถือเข้ากับเครื่องชาร์ท ปรีดาอย่างยิ่งยวดที่ตัวเองจะได้กลับไปเล่นเกมต่อได้อย่างที่ใจต้องการ





.........หากเจ้าหล่อนก็ต้องเปลี่ยนมาชักสีหน้าอึมครึมแทบไม่ทันเมื่อข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ











 
 












เดดแอร์สิบวินาที.......













“...นี่คุณน้าใช้สายก๊อปจีนปะคะเนี่ย?”






ศิลาหน้านิ่ง






“..........จะก๊อปหรือแท้มันก็ made in china เหมือนกันอยู่ดีนั่นแหละน่า”




"............"




คำแย้งสั้นๆ หากได้ผลชะงัด เพราะเล่นเอาคนหาเรื่องหน้ากระตุกวูบ เถียงไม่ออกไปพักใหญ่



“......นั่นมันก็จริงหรอกค่ะ อัยย์เปล่าเรื่องมากนะคะ แต่ไอ้เครื่องบ้านี่มันดันดัดจริตบอกว่าสายนี้ชาร์ทไม่เข้าอะ!” ไอยวริญท์บ่นอุบ ขณะดันกรอบแว่นของตัวเองให้เข้าที่ “ของจีนมันก็มีหลายเกรดนะคะ นี่จะก๊อปก็ก๊อปไม่เนียน หลอกเครื่องก็ไม่ได้”



“หือ จะชาร์ทไม่เข้าได้ไง?”



เขามุ่นหัวคิ้ว ยกมือดันกรอบแว่นขึ้นบ้าง ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาหมายจะดูจอมือถือให้ชัดๆ และพอเห็นว่าชาร์ทไม่เข้าจริงๆ ก็ยิ่งขมวดคิ้วหนัก



“ผมใช้ของแท้นะ ตะกี้ยังชาร์ทติดอยู่เลย...” พูดแล้วก็เว้นจังหวะไปพักนึง “เอ๊ะ...หรือว่าเมื่อเช้าหยิบผิด ไปเอาสายก๊อปของเจ้าเอฟมาใช้?”



แล้วก็ลงเอยด้วยการโทษบุตรหลาน... บุคคลที่สามที่ไม่ปรากฏอยู่ ณ ที่นี้ 





....เป็นการออกตัวอย่างสวยหรูที่สุดตามประสาผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ



“ฮืม... ไม่หรอกค่ะ อัยย์ว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ไอ้หัวแปลงก๊อปปี้นี่มากกว่า” ไอยวริญท์ว่าหลังจากเธอจัดการดึงหัวแปลงออกแล้วลองเสียบสายชาร์ทเข้ากับ iPod Nano ของตัวเอง



“นี่ไงคะ ใช้ได้ปกติ เดี๋ยวนี้ iOS7 มันฉลาด มีรีเจคของก๊อปปี้ด้วย บังคับให้คนใช้แต่ของตัวเองแหงๆ วิธีหาเงินเข้าช็อปเลยนะเนี่ย”



“ก็เรียกว่าเป็นกลยุทธิ์ที่ดี”



ความเห็นที่หญิงสาวเบ้ปาก



“ฐานะเจ้าของบริษัทละก็ใช่ค่ะ แต่ฐานะผู้บริโภคล่ะก็จำกัดทางเลือกมากไป จ่ายแพงแต่ได้ของคุณภาพแย่ ไม่โอเค กฏหมายน่าจะเล่นงานนะเนี่ย--”



ไอยวริญท์ที่ทำท่าจะบ่นหงุงหงิงไม่เลิกชะงัก รีบเปลี่ยนมาร้องกรี๊ดๆ แทบไม่ทัน เมื่อสายตาเหลือไปเห็นเปอร์เซนต์แบตเตอรี่ตรงหัวมุมเครื่อง



“และที่ไม่โอเคกว่าก็คือแบตอัยย์จะหมดแล้วค่าา!! กรี๊ดด! ตายแหล่วว อย่านะลูก อย่าดับตอนนี้ แม่ยังไม่ผ่านด่านเลย อุตส่าห์เล่นมาทั้งวัน!” สิ้นเสียงวี๊ดว้าย แม่เจ้าประคุณก็ลุกพรวด เตรียมตัวจะวิ่งเข้าไปหาณชนกที่ห้องทำงาน แต่ด้วยเพราะมัวแต่จ้องจอลุ้นแบตเตอรี่ เธอเลยไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงๆ ของใครบางคนที่กำลังเดินสวนผ่านมาเข้าพอดี




...ผลก็คือ...โดนกระแทกโครมเข้าให้เต็มๆ




“อุต๊ะ!”



หลวมตัวอุทานได้อย่างสมหญิงที่สุด ก่อนร่างเล็กจะถลา เซแซ่ดๆ ไปด้านหลัง



ความจริงตัวเธอก็ควรจะล้มก้นกระแทกพื้นไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนตรงหน้าจัดการคว้าแขนเธอเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที...






...เอ...หรือจะบอกว่าเธอคว้าชายเสื้อเขาเอาไว้ได้ก่อนดีนะ...





นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขารีเฟล็คดี รีบคว้าตัวเธอไว้ได้ทันเวลาละก็รับรองว่าน้ำหนักตัวที่ห่างไกลคำว่าเบาไปหลายกิโลฯ ของเธอคงได้ลากอีกฝ่ายลงมานอนวัดพื้นตามๆ กันได้อย่างอนาถาสุดๆ แหงๆ…



แบบนั้นล่ะก็ คุณเอ๊ย... นอกจากจะไม่ได้ชาร์ทแบตเตอรี่แล้ว ยังต้องโทษฐานสร้างความวุ่นวายรอบสองอีกต่างหาก…



     ...มีหวังโดนเจ๊อี้เทศน์ยับแน่ๆ เชียว…



“คุณอัยย์! ขอโทษครับ! เป็นอะไรมากรึเปล่า” อริญชย์ร้องถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน สีหน้าของชายหนุ่มก็ดูกังวลไม่ต่างกัน ตรงกันข้ามกับแม่สาวคู่กรณีที่โบกมือปัดๆ มาให้อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน



“ฉันโอเคค่ะ ไม่เป็นไรมาก แค่มึนหัวนิดหน่อยเอง” ว่าจบเธอก็หัวเราะแห้งๆ กลับมาให้ “โหย..โชคดีนะคะเนี่ยที่คุณเดินมาตัวเปล่า ถ้าขืนถือกาแฟร้อนมาด้วยล่ะก็สารรูปฉันคงดูไม่จืดแหงๆ ฮ่ะๆ”



ไอยวริญท์พูดติดตลกหมายจะผ่อนคลายบรรยากาศ แต่ดูเหมือนพ่อหนุ่มตัวสูงและแสนดีจะยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก




“ขอโทษจริงๆ ครับ พอดีผมไม่ทันเห็น คุณโอเคแน่นะ?”



“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ...โธ่ อย่าคิดมากสิคะ ฉันเองต่างหากที่มัวแต่จ้องมือถือไม่ทันได้มอง...” พูดถึงตรงนี้เธอก็ชะงักไปนิด นัยน์ตาคู่โตกระพริบถี่ยามจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ เหมือนคนกำลังใช้ความคิด



อาการที่อริญชย์นึกเป็นห่วงได้ไม่นานเท่าไหร่ก็เลิกคิด เมื่อจู่ๆ คนตัวเล็กกว่าก็โถมตัวเข้ามาใกล้ซะจนเกือบชิด เล่นเอาเขาที่กำลังก้มหน้าลงมาหาพอดีถึงกับสะดุ้งโหยง!



รู้สึกตัวอีกทีก็ผงะ รีบซอยเท้าถอยพรวดๆ หลบออกมาแทบไม่ทัน



แต่ก็ไปได้ไม่ไกลนักหรอกนะ... ในเมื่อแม่คุณเธอยังคว้าชายเสื้อเขาไว้แน่นหยั่งกะรู้ทันว่าจะหนี นัยน์ตาหลังกรอบแว่นสีเข้มหรี่แคบจนเล็กหยีเช่นเดียวกับใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เงยขึ้นสบตาเขาอย่างมาดหมาย



และทั้งหมดนั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ใจเขาสงบลงเลยซักนิดเดียว!



“ค--คุณอัยย์!!? ม..มีอะไรรึเปล่าครับ!??”



เขารวบรวมสติถามคำถามตะกุกตะกัก แม้สมองจะเบลอไปหมดจากความประหม่า ชายหนุ่มก็พยายามรักษาสีหน้าให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้



โชคยังดีที่แม่เจ้าประคุณดูจะไม่สังเกตเห็น หญิงสาวยังคงแย้มยิ้มพราย พยักหน้ากลับมาให้เขารัวๆ



“มีค่ะ มี! โอห์มใช้มือถือรุ่นอะไรคะ?”



คำถามเหนือความคาดหมายทำเอาคนฟังยืนกระพริบตาปริบๆ คล้ายยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกเท่าไหร่



“เอ่อ... iPhone 5 ครับ”



เท่านั้นแหละหน้าตาของคนตรงหน้าก็พลันสว่างไสวขึ้นมาทันที



“มีที่ชาร์ทมั้ยคะ? ขอยืมหน่อยนะ! คือฉันลืมสายเอาไว้ที่บ้านน่ะค่ะ นี่แบตก็กำลังจะหมดแล้วด้วย วิกฤติสุดๆ เลย ช่วยฉันหน่อยน้าาา นะ-นะ-นะ-นะ!!”



“อา...ครับๆ มีครับ ถ้ายังไงคุณอัยย์รอตรงนี้ เดี๋ยวผมไปเอามาให้แล้วกันครับ”



“ค่ะๆ ขอบคุณมากนะคะ!”



เจ้าหล่อนโลดเต้นดีใจได้เพียงแป๊ปเดียวก็กลับมาหน้าซีดเผือดใหม่อีกหน เมื่อสายตาปราดไปเห็นเปอร์เซนต์แบตเตอรี่แดงหราบนหน้าจอ




“---คิดอีกทีขอฉันเดินไปด้วยเลยดีกว่าค่ะ กรี๊ดด! เหลือหนึ่งเปอร์เซนต์แล้ววว นี่ขนาดเปิดไฟลท์โหมดไว้แล้วนะ! ที่ชาร์ทอยู่ไหนคะ ที่ชาร์ทๆ!! ขอด่วนๆ เลยค่ะ! ฮือๆ”


 
 
 
###################################
 
 



“เซฟค่าาา” 



น้ำเสียงสดใสคุ้นหูเรียกสายตาศิลาให้ละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปมองแม่สาวผมซาลาเปาคนเดิมที่กำลังเดินนวยนาดกลับมานั่งที่ด้วยสีหน้าอารมณ์ดีเหมือนอย่างเคย



“สรุปก็ได้ที่ชาร์ท?”



เจ้าหล่อนโคลงหัวมาให้หงึกหงัก



“ของโอห์มน่ะค่ะ ขอยืมเขามาใช้ก่อน เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยเอาไปคืน”



“แล้วไม่กะว่าเขาจะแบตหมด?”



“เขามีพาวเวอร์แบ้งค์สำรองอีกอันค่ะ เลยบอกให้เอาอันนี้ไปใช้ก่อนได้”



“หืมมม โชคดีไปนะ”



“คนมันดวงดีก็อย่างนี้ล่ะค่ะ ฮิ” ไอยวริญท์หันมายิ้มยิงฟันให้ ก่อนจะดีดนิ้วดังเป๊าะเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้



“อ่อ แล้วตะกี้อัยย์ได้ไอ้นี่มาด้วยค่ะ” สิ้นคำหญิงสาวก็คว้าคุกกี้ห่อหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะจัดการแกะห่อขนมตรงหน้า แล้ววางแหมะลงบนโต๊ะในระยะที่อีกฝ่ายเอื้อมถึง



“แฮปมาจากในครัวค่ะ ...จริงๆ ก็ไม่เรียกแฮปหรอก จีนเขาฝากให้เอามาแบ่งกันกินน่ะค่ะ”



“ฮื่อ ขอบใจมาก” ศิลาลากเสียงตอบ มือก็เอื้อมไปจกขนมเข้าปากโดยไม่ลังเล บ่งบอกนัยๆ ว่ามิตรภาพระหว่างสองคนนี้คงงอกเงยจนเลยคำว่าเกรงใจไปไกลพอดู



ระหว่างที่กำลังจะหันกลับไปทำงานต่อ ชายหนุ่มปรายตาไปมองสาวน้อยคนข้างๆ เข้าอีกหน เห็นเจ้าของร่างเล็กๆ จัดการถอดรองเท้าขึ้นมานั่งขัดสมาธิเตรียมจะเล่นเกมต่อเต็มที่ ในขณะที่มือก็ยังส่งขนมเคี้ยวเข้าปากตุ้ยๆ



ท่าทางสบายสุดขีดที่ทำให้เขาต้องหัวเราะออกมาเบาๆ



 
“ชีวิตดีนะ”




คำวิจารณ์ที่ไอยวริญท์คลายรอยยิ้มสดใสมาให้



“มากค่ะ ทำเลดีแบบนี้ต่อให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ย้ายหรอกนะคะ หึหึ” Cry







###################################