[HB 007] ต้นฉบับติดเรท

posted on 10 Jul 2014 01:40 by alyssa-cubic in Hummingbird






*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Cafe
 

 
 


 
 
 
 
เวลา: มิถุนายน, 2014
 
ตัวละคร: อัยย์, ธันว์, โอห์ม, กล้า, นนท์
 
 








[HB 007] ต้นฉบับติดเรท
 
 
 







บรรยากาศที่ร้านฮัมมิ่งเบิร์ดวันนี้ก็ยังคงเงียบสงบเหมือนอย่างเคย




อาจเพราะเป็นวันธรรมดาตอนช่วงสาย คนในร้านจึงไม่ค่อยพลุกพล่านนัก ลูกค้าที่อยู่แถวนี้ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนหน้าเดิมๆ ทั้งนั้น





...แถมยังเป็นกลุ่มคนหน้าเดิมๆ ที่ค่อนข้างจะสนิทสนมกันดีแล้วด้วย






“อ่านอะไรอยู่หรือคะ? ดูตั้งใจเชียว”




น้ำเสียงใสๆ ชวนคุ้นหูเรียกสายตาอริญชย์ให้ละจากการคีย์รายการคอมพิวเตอร์ไปมองร่างเล็กๆ ของผู้หญิงผมซาลาเปาที่กำลังเดินนวยนาดไปทักทายใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่อีกฟากนึงของร้าน ห่างไกลที่นั่งประจำของเธอมาพอสมควร




วันนี้ไอยวริญท์ไม่ได้ใส่แว่น แถมยังอยู่ในชุดแซคยาวคลุมเข่ากับกางเกงผ้ายืดสีเข้ม ดูเรียบร้อยผิดวิสัยจนเขาอดแปลกใจนิดๆ ไม่ได้ แต่ก็ยังไม่สบโอกาสได้ถาม




หล่อนเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังของชายคนหนึ่งซึ่งก็เป็นลูกค้าประจำเหมือนกัน เขาคนนั้นหันกลับมายิ้มให้ ก่อนจะเลื่อนไอแพดในมือออกห่างให้ผู้มาใหม่ชะโงกดูได้อย่างถนัดๆ




“ต้นฉบับน่ะครับ”



“โห... สนพ. คุณธันว์รับนิยายประเภทนี้ด้วยเหรอคะเนี่ย?”



“ก็มีบ้างครับ นานๆ ที”



“หืมม... น่าสนใจดีนะคะ”




เสียงพูดคุยจุกจิกลอยมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ อริญชย์ปราดตาไปมองนิด แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ ในหัวคิดแค่ว่าจะฟังไว้พอผ่านๆ หูระหว่างรอนำแอ๊ปเปิ้ลพายกับกาแฟไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะของบรรณาธิการหนุ่ม

เฉยๆ





.....ถ้าไม่ติดว่าบทสนทนามันชักฟังทะแม่งๆ ขึ้นทุกทีๆ ละก็นะ......




“คนเขียนถ่ายทอดอารมณ์ดิบออกมาได้ดีหรอกค่ะ เสียแต่ละเอียดไปหน่อยนะ”



“อื้อ ผมก็ว่าจะตัดทอนบางส่วนออกเหมือนกัน โดยเฉพาะตรงนี้ คุณคิดว่างั้นมั้ย?”



“อืมม...อัยย์ว่าช่วงเปิดเรื่องดูเร้าใจดีแล้วค่ะ แต่หลังๆ มันยืดไปนิด โดยเฉพาะตรงนี้...ดูสิคะ มีแต่น้ำทั้งนั้นเลย ให้ตัวละครทำอะไรซ้ำๆ ร้องครวญครางอยู่นั่นแหละ ถ้าจะเขียนแบบนี้สู้ตัดทิ้งไปให้หมดเลยจะยังดีกว่า”




อริญชย์ชะงักมือที่กำลังตักแอ๊ปเปิ้ลพายใส่จานทันที




    ...หะ?





    ...ทำซ้ำ? 

   ...ร้องครวญคราง?



 
    เอ่อ...นี่พวกคุณอ่านอะไรกันอยู่ครับเนี่ย....!!??






“อื้อ พวกความคิดในหัวก็เยอะเกินไปจนแทนที่จะเร้าอารมณ์กลายเป็นน่าเบื่อไปเลยเหมือนกัน”



“ใช่ค่ะ เอาแต่ย้ำอยู่ได้ว่า ‘รู้สึกดีจัง’ ของแบบนี้พูดหนเดียวก็พอแล้วเนอะคะ?”



    เอิ่ม.........ไอ้นิยายที่ย้ำคำว่า 'รู้สึกดี' บ่อยๆ นี่มันนิยายประเภทไหนกันวะ....  





“แล้วอัยย์ว่าตรงนี้ลงดีเทลเยอะไปนะคะ เว้นพื้นที่ให้คนอ่านจินตนาการบ้างก็ได้มั้ง ไอ้ขยำตรงนั้น ขยี้ตรงนี้นี่... พอนำเสนอชัดไปหมดแล้วมันดูไม่มีศิลปะเท่าไหร่เลย”



“เหรอ? แต่ผมชอบวิธีที่เขาบรรยายวิธีการสอดนิ้วเข้าไปในตัวอีกฝ่ายนะ ...แต่สำหรับสาวๆ อาจจะดูน่าขนลุกเกินไปมั้งครับ?”



ประโยคที่คนฟังชักหน้าเหยเก ผงกศีรษะกลับมาให้รัวๆ



“...มากค่ะ อัยย์ว่ามันดูโรคจิตออก ถ้าปล่อยผ่านนี่เรท 25+ แน่เลยค่ะ พวกคนอ่านหัวโบราณได้ชักตายกันพอดี”



“หึหึ ก็ไม่แน่นะครับ คนอ่านแนวนี้เขาอาจจะชอบก็ได้”


 




    เอ่อ....เรท 25+......?? 




    เดี๋ยวนะครับ...    เดี๋ยวก่อน...




    นี่คือพวกเขากำลังอ่านสิ่งที่ผมคิดในหัวอยู่รึเปล่า?





    ผมไม่ได้คิดลึกเกินไปใช่มั้ย??






    คือกลางวันแสกๆ?    ในร้านกาแฟเนี่ยนะ??



    ....แล้วเรื่องอย่างนี้มันสมควรให้ผู้ชายกับผู้หญิงมานั่งถกกันเหรอครับ!!??




ระหว่างที่ก้อนความคิดมากมายกำลังตีกันหนุบหนับอยู่ในหัว เสียงห้าวๆ ของใครบางคนก็เอ่ยทักขึ้นจากด้านหลัง




 
“คุณพี่โอห์มครับ”



“เฮ้ย!!”




“....ตกใจอะไรหรือครับ สะดุ้งซะแรงเชียว?” กล้ารบเอ่ยถาม สีหน้าติดจะงงๆ “ผมแค่จะบอกว่าผมไปส่งรายการขนมที่สั่งมาเมื่อเช้าให้เรียบร้อยแล้วนะครับ”



“อะ...เหรอ?...อ-อื้อ... ขอบใจกล้ามากนะ” ชายหนุ่มหันไปตอบตะกุกตะกักให้กล้ารบขมวดคิ้วด้วยความสงสัย



“ว่าแต่คุณพี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ ดูหน้าแดงๆ”



“หา? เฮ้ย...ป-เปล่า! พี่ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย อากาศมันร้อนละมั้ง?”



คำปฏิเสธนั้นฟังลนลานผิดปกติจนคนเด็กกว่าหรี่ตามองเคลือบแคลง ก่อนที่หัวทุยๆ จะตัดสินใจชะโงกตามสายตาของคนตัวสูงออกไป กล้ารบใช้เวลาประติดประต่อเรื่องไม่นานนักก็หันมาฉีกยิ้มกวนประสาทให้



“ฮั่นแน่ คุณพี่แอบฟังสองคนนั้นอยู่หรือครับ นิสัยไม่ดีเลยน้าาา” Cry



อีกฝ่ายสรุปได้ตรงประเด็นเสียจนอริญชย์เผลออ้าปากพะงาบๆ เป็นปลาขาดน้ำ พอเขาทำท่าจะปฏิเสธ กล้ารบก็ชิงโบกนิ้วมาให้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นัยน์ตาสีเข้มทอประกายวาววับอย่างรู้ทัน



“โถ... อย่าบอกนะครับว่าคุณพี่โอห์มกลัวคุณธันว์จะหลุดมือ?" พ่อคุณว่าก่อนจะกลั้นหัวเราะกึกกัก "...แหม่ อย่ากังวลไปเลยครับ ประเดี๋ยวน้องกล้าช่วยสอนกระบวนท่ามัดใจชายแบบใหม่ให้! รับรองว่าคุณธันว์เมินคุณอัยย์สนิท แล้วจะเห็นแค่คุณพี่อยู่ในสายตาเขาคนเดียว ชัวร์!”



“...เฮ้ย จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว กล้า! ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย!” 



อริญชย์ค้านเสียงหลง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาซีดขาวสลับกับแดงเถือก ดูตื่นตกใจเสียจนคนตรงข้ามหลุดหัวเราะก๊ากออกมาดังลั่น







สักพักบทสนทนาระลอกใหม่ก็ลอยมาให้ได้ยิน...






“ว่าแต่ช่วงนี้เขากำลังนิยมเรื่องแบบนี้กันหรือคะ? อัยย์ว่าบทแรงไปหน่อยนะ บางอย่างนี่ก็พิศดารเกิ้น”



“ก็ตามกระแสนิยายต่างประเทศน่ะครับ ฉากพวกนี้ถือเป็นจุดขายด้วย ถ้าไม่แหวกแนวมันก็ไม่น่าสนใจสิ จริงมั้ย?” ธันว์อธิบายเสียงเรื่อย แล้วถอดแว่นสายตาออกมาเช็ดฝุ่น “แต่ว่าผมแปลกใจนะ ไม่คิดว่าคุณจะอ่านอะไรแนวนี้ด้วย”



ไอยวริญท์โบกมือปัดๆ



“โอ๊ย อัยย์ไม่ค่อยอ่านหรอกค่ะ อาศัยดูเอาเลยมากกว่า แต่ถ้าเรทขนาดนี้แรกๆ ก็รับไม่ไหวหรอกนะคะ ต้องดูไปซักพักถึงจะชิน ตอนนี้เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่แล้ว” พูดจบเธอก็วิสาสะหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ “ก็ไม่ได้ชอบหรอกนะคะ แต่บางเรื่องมันผูกปมน่าสนใจดี พอเริ่มแล้วก็เลยต้องดูให้จบ”



“ผมเข้าใจครับ บางทีต้องแอบดูคนเดียวด้วยซินะ เดี๋ยวชาวบ้านเขาหาว่าซาดิสม์”



“ฮ่าๆๆ ใช่ค่ะ ใช่! ต้องปิดไฟมืดๆ จอต่ำๆ แอบใส่หูฟังอะไรอย่างนี้เนอะคะ”




เสียงวิพากย์วิจารณ์ปนหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนิทสนมช่างฟังดูน่ารักน่าชังผิดกับเนื้อความสุดสยองที่ทั้งคู่กำลังพูดถึงราวฟ้ากับเหว งานนี้แม้กระทั่งกล้ารบก็ยังยิ้มค้าง กระพริบตาปริบๆ



กลายเป็นว่าพ่อคุณก็ร่วมแทคทีมแอบฟังกับเขาด้วยซะงั้น...




“คุณพี่ครับ น้องกล้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างครับ... ไหนๆ คุณพี่ก็แอบฟังเขามาตั้งนาน ช่วยบอกเป็นวิทยาทานให้น้องกล้าหน่อยได้มั้ยครับว่าคุณพี่สองคนนั้นเขาเม้าท์อะไรกันอยู่?”




“แล้วกล้าคิดว่าไงล่ะ....” Foot in mouth




อีกฝ่ายลากเสียงตอบอย่างจนปัญญา




“ลาเต้ร้อนของคุณธันว์ได้แล้วนะคะ พี่โอห์ม” เสียงใสๆ ของนนทรีเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับถ้วยกาแฟสีอ่อนที่ถูกเลื่อนมาวางอยู่บนเคาน์เตอร์




บาริสต้าสาวชะงักตัวน้อยๆ ยามเห็นชายสองคนยืนสุมหัวชะโงกมองอะไรบางอย่างไปยังหน้าร้าน




“ทำอะไรกันอยู่หรือคะ?”




“ไม่มีอะไรครับ!” อริญชย์ปฏิเสธว่องไว ก่อนร่างสูงจะรีบคว้ากาแฟมาใส่ถาด เตรียมยกไปเสิร์ฟ “งั้นเดี๋ยวพี่เอากาแฟไปให้คุณธันว์พร้อมแอ๊ปเปิ้ลพายเลยดีกว่า--อ้าวเฮ้ย!” ชายหนุ่มอุทานเสียงหลงครั้นหันมาไม่พบจานใส่แอ๊ปเปิ้ลพายที่เคยวางอยู่ตรงหน้า พอชะเง้อหาก็พบว่าพ่อเด็กส่งของจัดการคว้าขนมจานนั้นเดินตัวปลิวออกไปแล้วเรียบร้อย




    ...ดูท่าใครบางคนจะทนความสงสัยไม่ไหวเข้าแล้วละมั้ง











ในอีกด้านหนึ่ง บทสนทนาก็ยังดำเนินต่อไป





“ปกติผมไม่ค่อยได้คุยเรื่องพวกนี้กับพวกผู้หญิงหรอกนะครับ เลยไม่ค่อยรู้เลยว่ามุมมองเขาเป็นยังไงบ้าง”



“กับคนที่กองบก. ก็ไม่ค่อยได้คุยหรือคะ?”



“แนวนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่น่ะครับ อย่างที่คุณว่าล่ะ มันออกจะ....พิสดารไปนิดนึง ผมยังคิดอยู่เลยว่าจะตีพิมพ์ดีมั้ย”



“อื้ม คงเพราะเป็นหนังสือน่ะค่ะ ถ้ามีใครเอาพล็อตไปทำหนังแล้วรวบรัดหน่อยอาจจะน่าสนใจกว่าก็ได้”



“หึหึ แล้วมันจะไม่โฉ่งฉ่างไปหน่อยหรือครับ?”



คำถามกลั้วหัวเราะที่หล่อนกลั้นยิ้ม



“แหม... ถ้ามองในแง่ศึกษาอนาโทมี่มันก็โอเคออกค่ะ เพียงแค่การนำเสนอมันไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่แค่นั้นเอง” พูดจบเธอก็หัวเราะหึหึ “เห็นลึกไปถึงข้างในเลยนะคะ ของแบบนี้หาดูง่ายเสียที่ไหน”



เหตุผลสนับสนุนทำคนฟังแย้มยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าขบขัน



“คุณนี่พูดออกมาหน้าตาเฉยเลยนะครับ”



“คงเพราะเห็นพี่ชายดูบ่อยมั้งค่ะ อัยย์เลยเฉยๆ แทนที่จะสยองไปแล้ว”





 
“พายแอปเปิ้ลร้อนๆ มาแล้วครับ คุณธันว์ เสิร์ฟด้วยรักจากใจ…”





เสียงสูงๆ ที่เอ่ยคำกล่าวทะลุกลางปล้องเป็นของกล้ารบซึ่งอยู่ดีๆ ก็ยื่นหัวฟูๆ ของตัวเองออกมาแทรกกลางคู่สนทนาพร้อมกับนำขนมมาเสิร์ฟ เรียกสายตาทั้งสองให้หันมามองโดยพร้อมเพรียง




กล้ารบทรุดตัวนั่งยองๆ แล้วถามคำถามต่อไปตาใส




"ว่าแต่คุณพี่ทั้งสอง คนกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือครับ ท่าทางสนุกสนานจนน้องกล้าอยากจะขออนุญาตเผือกร่วมวงด้วยสักนิด ถ้าคุณพี่ไม่รังเกียจ?




รอยยิ้มบางขยับฉายบนใบหน้าของคนทั้งคู่ ก่อนสองร่างจะประสานเสียงกันตอบโดยไม่ได้นัดหมาย




“นิยายน่ะ”




“นิยาย...อะไรเหรอครับ?...ดูคุยกันถูกคอดีจัง...” คำถามที่สองดังมาจากพ่อหนุ่มแสนสุภาพเรียบร้อยที่โผล่มาพร้อมกับกาแฟที่ขาดไป สีหน้าเคลือบแคลงสงสัยของอริญชย์ทำธันว์หลุดรอยยิ้มขบขัน นัยน์ตาหลังกรอบแว่นสีเข้มเปล่งประกายวิบวับ ระหว่างเลื่อนส่งไอแพดไปให้ฝ่ายตรงข้าม




“สนใจเหรอ? จะลองอ่านด้วยมั้ยล่ะ?”  Cry




ถ้อยคำเชิญชวนที่ไอยวริญท์หัวเราะกิ๊ก




“คุณธันว์ก็อย่าไปแกล้งโอห์มเค้าสิคะ ให้เด็กดีอ่านเดี๋ยวก็ใจแตกกันพอดีหรอก”




“........ใจตกใจแตกอะไรกันครับ........” ชายหนุ่มเปรยเสียงอ่อน ขณะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ




บางทีแม่คุณก็พูดเกินไป... เขาเองก็อายุตั้งขนาดนี้แล้ว ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นอะไรผ่านตามาเลยสักหน่อย...




    ว่าแต่คนพูดเถอะ...เป็นผู้หญิงแท้ๆ มาถกประเด็นแบบนี้กับผู้ชายหน้าตาเฉยมันจะดีหรือครับเนี่ย!? Foot in mouth




แล้วอีท่าไหนไม่รู้ กลายเป็นว่าคนยื่นมือไปรับนิยายมาอ่านกลับเป็นกล้ารบเสียอย่างนั้น




“............อะหือ... นี่ที่แท้คุณธันว์กับคุณอัยย์สุมหัวอ่านอะไรแบบนี้กันหรอกหรือครับเนี่ย?” ว่าจบเจ้าตัวดีก็เงยหัวขึ้นมาจากไอแพดด้วยสีหน้าที่ออกจะพิลึกพิลั่นอยู่ เหมือนจู่ๆ พ่อคุณก็เกิดนึกอยากจะขย้อนของเก่าออกมาเสียเฉยๆ




“..คิก กล้าเองก็อย่าเที่ยวจำไปลองทำกับใครที่ไหนนะคะ” Cry




“หูยย คุณพี่ครับ ถ้าชอบอะไรที่มันถึงพริกถึงขิงแบบนี้น้องกล้าขออนุญาตแนะนำเป็นหนังแผ่นไปเลยดีกว่าครับ! มีครบทุกรสชาติ ทุกลีลา ทุกกระบวนท่า เห็นภาพชัดๆ จะจะคาตา เข้าถึงอารมณ์ดิบเถื่อนดีกว่าตัวหนังสือเยอะเลยครับ ถ้าคุณพี่สนใจ กระซิบบอกได้เลยนะครับ น้องกล้ารู้จักแหล่ง...” ขาดคำกล้ารบก็รีบส่งไอแพดคืนให้คุณบรรณาธิการที่กำลังกลั้นหัวเราะเสียจนปวดท้อง ผิดกับพ่อหนุ่มตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งหน้าถอดสีกับคำพูดแฝงนัยเมื่อกี้ไปแล้วเรียบร้อย




“อ่านแล้วมึนหัว ไม่ไหวแล้วครับ เชิญพวกคุณพี่คุยต่อกันตามสบาย น้องกล้าขอตัวไปช่วยล้างจานให้หัวเย็นๆ ดีกว่า ...ลาล่ะครับ สวัสดี” กล่าวเสร็จพ่อคุณก็คว้าถาดขนม จัดการอัปเปหิตัวเองออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความรวดเร็วเสียจนไอยวริญท์หัวเราะก๊าก




“ฮ่าๆ อิมแพคแรงจนกล้ายังทนไม่ไหวเลยอะ! ของเขาดีจริงนะเนี่ย!!” เธอระเบิดขำกลิ้งออกมาดังลั่น ก่อนจะเหลือบไปมองผู้ชายที่ยังยืนหน้าซีดสลับกับแดงอยู่ใกล้ๆ




ใบหน้าขาวพลันแสยะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที




“โอห์มสนใจจะอ่านกับเขาด้วยคนมั้ยคะ?” Cry




คำถามที่