[HB Special] Hot Chocolate and Mashmellows

posted on 01 Dec 2014 23:05 by alyssa-cubic in Hummingbird



*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Cafe
 
 
 
 
 
 
 
 
เวลา: ธันวาคม, 2014
 
ตัวละคร: อัยย์, โอห์ม
 







FYI, ฟิคนี้ Time Skip นะคะ




Random Keyword for your fiction is " ของหวาน* "
 
 
 





 
[HB Special Event]  
 
Hot Chocolate and Mashmellows
 
 
 
 





บานประตูห้องรับแขกถูกเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายหญิงคู่หนึ่งสืบเท้าเข้ามาด้านใน หญิงสาวเจ้าของผมซาลาเปาเป็นฝ่ายเดินนำเข้ามาก่อน ดวงหน้าหวานน่ารักประดับรอยยิ้มละไมสดใสขณะกวาดดวงตาสีน้ำตาลคู่โตไปรอบๆ ห้อง พอไม่พบคนที่หมายตา ร่างเล็กก็หันไปสืบความเอากับคนที่เดินถือถุงเบเกอรี่ตามมาข้างหลัง



“วันนี้พี่มาลีกับน้องๆ ไม่อยู่หรือคะ?”




คำถามที่คนถูกถามคลายยิ้มออกน้อยๆ “พาสองคนนั้นไปเรียนว่ายน้ำน่ะครับ เย็นๆ ถึงจะกลับ”



ไอยวริญท์เลิกคิ้วนิด เธอผงกศีรษะช้าๆ เป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะเดินลากเท้าไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา



“แย่จัง อุตส่าห์ซื้อขนมมาฝากตั้งเยอะ ถ้าไม่รีบกินเดี๋ยวมันไม่อร่อยนะคะ”
เจ้าของเสียงเล็กบ่นหงุงหงิงจนคนฟังต้องตวัดสายตากลับไปมอง รอยยิ้มขบขันปนเอ็นดูผุดฉายขึ้นบนมุมปาก



“งั้นเก็บเข้าตู้เย็นก่อนมั้ยครับ? รอสองคนนั้นกลับมาค่อยเอาเข้าเตาอบอีกที”
ข้อเสนอที่อีกฝ่ายพยักเพยิดมาให้ไม่ทันไรก็กระเด้งตัวขึ้นมาเกาะหลังโซฟาใหม่ ด้วยสีหน้ากระตือรือร้นกว่าเดิม



“แล้วคุณพ่อคุณแม่คุณละคะ? อยู่รึเปล่า? แบ่งไปให้บ้างมั้ยคะ”
นัยน์ตาของผู้พูดเป็นประกายวาววับไปด้วยความหวังเสียจนอริญชย์อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้



“ทำงานน่ะครับ แถมวันนี้น่าจะกลับดึกด้วย”
เขาต่อคำยิ้มๆ แต่พอเห็นอีกฝ่ายหน้าม่อยลงก็เลยอดกำชบทิ้งท้ายไม่ได้ “เก็บไว้ในนี้ก่อนนี่แหละ ผมรับรองว่ามันไม่ เสียรสชาติหรอก”



ไอยวริญท์พองแก้มป่อง แต่ก็ยอมพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ ไถลตัวลงไปกองบนโซฟาตัวใหญ่เหมือนเดิม



    ….ที่จริงมันก็เป็นความผิดของเธอเองนั่นแหละที่ไม่ได้โทรมาถามให้เรียบร้อยก่อนจะแวะเข้ามาหา



ร่างเล็กๆ ในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาตัวโปรด หญิงสาวแหงนหน้ามองเพดานไปได้พักหนึ่งดวงตาก็เริ่มสอดส่ายไปเรื่อย



ห้องรับแขกสีขาวดูจะกว้างขึ้นมาถนัดตาเมื่อไร้วี่แววผู้คนที่เคยห้อมล้อมเสียจนครึกครื้น



   สรุปว่าตอนนี้ก็เหลือพวกเธออยู่บ้านกันแค่สองคนสินะ...



ความคิดที่เรียกดวงตาคู่โตให้ตวัดไปมองร่างสูงๆ ของคนที่กำลังจัดขนมใส่ตู้เย็นวูบหนึ่ง ก่อนดวงหน้าหวานจะระบายรอยยิ้มซุกซนออกมาบางเบา



   ...ก็ฟังโรแมนติกดีอยู่หรอก



หากพอสายตาปราดไปเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่บนฝาผนัง ร่างปราดเปรียวก็สะดุ้งโหยง คว้ารีโมททีวีมาเปิดแทบไม่ทัน



“อ๊ะ ได้เวลาซีรี่ย์เรื่องนั้นฉายแล้วนี่นา! ขอดูทีวีหน่อยนะคะ”




และสุดท้ายความคิดสุดโรแมนติกที่แว่บเข้ามาเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไปด้วยความรวดเร็วพอๆ กับขามา...




##################################




 

ร่างสองร่างนั่งเรียงกันอยู่บนโซฟาด้วยระยะไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ ช่องว่างขนาดพอประมาณถูกเว้นเอาไว้ตรงกลางพอเป็นพิธี



ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในเมื่ออริญชย์ออกจะนิ่งๆ อยู่แล้ว ส่วนแม่คนชอบนัวเนียตอนนี้ก็เอาแต่จ้องตาเป๋งไปที่ทีวี ติดซีรี่ย์เรื่องโปรดหนึบหนับชนิดไม่ยอมขยับมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว



   สงสัยจะชอบเรื่องนี้เข้าจริงๆ ละมั้ง...



ความคิดที่ชายหนุ่มแอบนึกขำอยู่ในใจ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้นึกสนใจรายการที่ว่านี่สักเท่าไหร่หรอก นัยน์ตาสีเข้มถึงได้คอยเหลือบไปมองเสี้ยวหน้าหวานของผู้หญิงคนข้างๆ จากปลายหางตาอยู่บ่อยๆ รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนมุมปากยามหันไปเห็นดวงตาของคนตัวเล็กเปล่งประกายวิบวับอย่างตื่นเต้นเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาสู่ฉากสำคัญ



บรรยากาศภายในห้องโถงนั้นเงียบสงบและผ่อนคลาย นอกจากเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศแล้ว รอบตัวเขาตอนนี้ก็มีเพียงแค่เสียงพูดคุยไม่ได้ศัพท์จากรายการโทรทัศน์เท่านั้น



ทั้งที่ไม่มีบทสนทนาอื่นใดระหว่างเขาและเธอ อริญชย์กลับไม่รู้สึกอึดอัดเลยซักนิด



...นี่ละมั้งที่เขาเรียกว่าความสบายใจ?



ความรู้สึกที่เขาคิดว่าคงดำเนินต่อไปอีกนานแสนนาน







...ถ้าไม่ติดว่าคำกล่าวลอยลมของใครบางคนจะลอยมาให้ได้ยิน





“...จนป่านนี้แล้วคุณนี่ก็ยังไม่คิดจะทำอะไรฉันเลยเนอะคะ…”







น้ำเสียงราบเรียบที่ทำคนข้างๆ ชะงัก เบือนหน้ากลับไปมอง







ตาค้าง






ห๊ะ....?






ห๊ะ....!!!????





อริญชย์เผลอตัวอ้าปาก





แล้วก็หุบ




ก่อนจะอ้าออกมาใหม่อีกหน




ชายหนุ่มกำลังช็อค



สมองเขาถูกตีรวนด้วยก้อนความคิดฟุ้งซ่านสารพัดรูปแบบที่ผุดวาบเข้ามาในหัวอย่างต่อเนื่อง รู้สึกตัวอีกทีใบหน้าเกลี้ยงเกลาก็ซับสีเลือดร้อนผ่าวกับคำพูดกึ่งเชิญชวนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่เจ้าประคุณเธอตั้งใจรึเปล่า!!??



ในขณะที่ฝ่ายชายตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ผู้หญิงคนข้างๆ กลับยังเท้าคางเฉย ดวงตากลมใสของเจ้าหล่อนจับจ้องไปที่ทีวีแน่นิ่ง ราวกับไม่เคยได้เอ่ยคำพูดใดออกมาจากปากสักคำ



ถึงจะสับสน ชายหนุ่มก็ยืดตัวสูดหายใจลึก เตรียมหันไปกลั้นใจถามแม่เจ้าประคุณให้มันรู้เรื่อง!



ทว่าชั่ววินาทีที่เขาหันไปสบกับเสี้ยวหน้าอ่อนหวานนั่นอีกหน ภาพรอยยิ้มอารมณ์ดีบนแก้มใสๆ ของคนคุ้นเคยก็ทำเอาความประหม่าที่เคยมีจนเปี่ยมล้นในหัวใจเขามลายหายไปจนหมด



เหลือไว้แต่ความรู้สึกหวานล้ำลึก