[MS] Would you like some cookies?

posted on 25 Feb 2015 01:12 by alyssa-cubic in Main-Stories




*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์


 






 
เวลา: ม.5 ภาคเรียนที่ 2

ตัวละครที่กล่าวถึง: เมย์, คริสตัล, เมฆ, เพียง, ไข่หวาน, กาล 
 
 



 
 - ไม่ได้กลับมาอัพบล็อคนานมาก ฟิคนี้เขียนเสร็จไว้เป็นปี แต่รออะไรไม่รู้ทำให้ไม่ได้อัพ จนป่านนี้ก็ยังจำไม่ได้ Foot in mouth ทีแรกก็กะจะไม่อัพแล้วล่ะ แต่คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลงๆ ไปก็แล้วกันให้มันครบเป็นหมวดๆ เนอะ



- ว่าแต่เวลาผ่านมาจนป่านนี้แล้ว สรุปว่ารุ่นนี้มันจะจีบกันติดสักคู่นึงรึยัง มีแต่ซากเถิดเทิงทิ้งไว้เต็มไปหมดเลยเนี่ย 5555555




- ผ่านการปรูฟจากแม่เพียง @justpitak เมื่อนานมาแล้ว ส่วนแม่ๆ ตัวอื่นนั้น.........กลับมาแวะดูก็ลงชื่อไว้หน่อยนะจ๊ะ เอกสิทธิ์ของลูกเจ้าเป็นของพี่หมดแล้วมั้งเนี่ย 5555555



 
 


X – X – X – X – X – X – X – X




 
 
 
 
หลังมื้อกลางวันในโรงอาหารผ่านไปอย่างราบรื่น สาวแสนเงียบอย่างฆนาการก็จัดการหยิบขนมทำเองขึ้นมาเปิด ก่อนคุ้กกี้แฮนด์เมดขนาดพอดีคำจะค่อยๆ ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มเพื่อนสาวที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะ



เสียงหัวเราะคิกคักลอยมาเข้าหูอชิระ ส่งให้ร่างสูงตวัดสายตามามองระหว่างกำลังเดินออกมาจากสนามบอลกับเบนจามิน และสิ่งที่เตะตาเด็กหนุ่มที่สุดคงไม่พ้นร่างเล็กๆ ของแม่สาวสวยผมสีน้ำตาลที่กำลังส่งขนมหวานเข้าปาก พลางชักชวนกลุ่มเพื่อนสนิทพูดคุยจุกจิกอย่างสนุกสนาน



แน่ล่ะว่าของฟรีล่อใจก็มีส่วนชวนให้อยากฝากท้อง แต่เจ้าหล่อนก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหา



“น่ากินจัง ขอกินด้วยคนสิ” เสียงทุ้มเอ่ยแทรกมาจากทางด้านหลัง ก่อนมือยาวๆ ของพ่อคนคลั่งลูกบอลจะเอื้อมตามมาแต่ไกล



หากยังไม่ทันคว้าโดนคุกกี้ ฝ่ามือเรียวๆ ของผู้หญิงคนข้างๆ ก็ตีเผียะเข้าให้เสียก่อน “สกปรก! เพิ่งไปเล่นบอลมาใช่มั้ย? มือนี่ไปจับอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ ไปล้างก่อนเลยไป”



เสียงดุๆ ที่เอ็ดขึ้นตามหลังทำพ่อเจ้าประคุณมุ่ยหน้ามาให้



“โหย ไม่เอาอะ ก๊อกน้ำอยู่ตั้งไกล ขอกินชิ้นเดียวเอง รับรองว่าเชื้อโรคไม่ทันเข้าปากหรอก”



อลิสาแยกเขี้ยววับ “แต่คนอื่นเขาจะไม่อยากหยิบขนมกินต่อจากนายย่ะ!”



หล่อนแหวกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนคนฟังคอตก ใบหน้าติดจะดูดีบูดบึ้งซะหมดหล่อ แม้จะไร้ท่าทียอมจากไปล้างมือดีๆ ที่ไหน



เห็นคนข้างๆ จ๋อยสนิท อลิสาก็ชักจะรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆ



“อยากกินมากเหรอ?”



คำเปรยที่อชิระพยักหน้าหงึก



“อยากกินสิ”




ปากก็ตอบไปโดยไม่คิด นึกไม่ถึงว่าวินาทีต่อมาเจ้าหล่อนจะทำอะไรเหนือความคาดหมายให้เขาต้องจดจำไปอีกนาน...



“เอ้า!” สิ้นเสียงคุ้กกี้ขนาดพอดีคำก็ลอยหวือมาหยุดอยู่ตรงหน้า “อ้าปากสิ”



นัยน์ตาของผู้พูดใสแจ๋วราวกับกำลังกล่าว ‘ถ้าอยากจะตื่นก็ลืมตา ถ้าหิวก็หาข้าวกินซะ’ ยังไงยังงั้นแหละ



ผิดกับคนตรงข้ามที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาปให้กลายเป็นก้อนประติมากรรมน้ำแข็งไปแล้ว!



อชิระกระพริบตาซ้ำหลายๆ ครั้ง ครั้นยังเห็นหน้าสวยๆ ของผู้หญิงคนเดิมกำลังยื่นส่งคุกกี้มาจ่อใกล้ๆ ปากด้วยดวงตาใสแป๋วเข้าอีกรอบ เด็กหนุ่มก็พลันรู้สึกถึงอุณหภูมิบนใบหน้าที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ



และชั่ววินาทีถัดมาร่างสูงๆ ก็สะดุ้งโหยง แล้วขยับตัวถอยห่างออกจากแม่สาวคนสนิทยาวเป็นวา!




....ปฏิกิริยาตอบสนองที่อลิสาถึงกับตาค้าง!




เด็กสาวและเพื่อนอีกสองคนจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึงขณะลอบกระพริบตาซ้ำๆ เหมือนอยากจะยืนยันว่าพวกเธอตาไม่ฝาดไปแน่ๆ



โครงหน้าเข้มๆ ของเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าหน้าด้านที่สุดในรุ่นกำลังซับสีเลือดสีแดงก่ำ และยิ่งค่อยๆ ทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใบหูที่แดงแจ๋เสียจนแทบจะเห็นกลุ่มควันลอยออกมาอยู่รอมร่อ ชนิดแค่เห็นก็ยังเริ่มรู้สึกร้อนแทน!



ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเพิ่งได้สติ มือข้างหนึ่งถึงได้ถูกยกขึ้นปิดบังส่วนหนึ่งของใบหน้าคล้ายกำลังจะคิดหาทางออก



“เดี๋ยว--ขอเวลาทำใจแป๊ป!” พูดจบพ่อเจ้าประคุณก็ส่งท่าสต็อปมาให้ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ราวกับจะเรียกร้องขอเวลานอก



อาการที่อลิสางงเป็นไก่ตาแตก แทบอยากจะหันไปกรี๊ดใส่หน้าอีกฝ่ายดังๆ ว่า  ทำใจบ้าบออะไรของนายยะ!



ทีแรกเธอก็กะจะประท้วงกลับไปอยู่หรอกว่าเธอเปล่าใส่ยาพิษอะไรลงไปซักหน่อย แต่พอเห็นว่าอชิระลนลานผิดปกติ เธอก็ชักเริ่มจะเป็นห่วงขึ้นมาจริงๆ



“ไข่หวาน นายเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย?” อลิสาเดินไปถามด้วยท่าทีเป็นกังวล เด็กสาวเอียงคอ พยายามไล่สบตาอีกฝ่ายที่เอาแต่หันหน้าหนีเธอเสียดื้อๆ



เธอไม่เคยเห็นคนตรงหน้าเป็นแบบนี้มาก่อน



ไม่สิ...เคยเป็นแบบนี้อยู่หนนึงเมื่อหลายเดือนที่แล้ว แต่ก็เป็นอยู่พักเดียวก็หาย เธอเลยไม่ทันได้นึกติดใจอะไร



“คือ...” อชิระหลบตา ตอบตะกุกตะกัก ก่อนจะตัดใจกระแอมตั้งสติ “คือฉันแค่...”



ว่าแล้วก็เบนสายตามาสบใหม่ ใบหน้าคร้ามคมที่ถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่งยังคงแดงจัดไม่หาย ก็ไม่น่าแปลกล่ะในเมื่อใจเขายังเต้นเร็วหยั่งกับรัวกลอง แต่แม้กระนั้นคนพูดก็ยังไม่ยอมหลบสายตา



เขานึกคำอธิบายสถานการณ์ไม่ออก เลยทำได้แค่ส่งสายตาเจือประกายแแปลกๆ ไปให้คนมองขมวดคิ้วกลับมาอย่างไม่เข้าใจ



เกมจ้องตาดำเนินไปได้พักเดียว สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่อดรนทนไม่ไหว



“ไข่หวาน...”



“ครับผม?”



“ฉันว่า...” อลิสาลากเสียง ก่อนจะชี้ไปทางก๊อกน้ำที่อยู่หลังโรงอาหาร “...นายไปล้างหน้าก่อนเลยดีกว่า บางทีแดดมันอาจจะแรงมากจนทำนายเพี้ยนไปแล้วก็ได้”



คำสรุปเล่นเอาคนโดนไล่ถึงกับยืนอึ้ง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะประท้วง หากแม่สาวน้อยคนงามของรุ่นกลับไม่มีท่าทีจะอยากฟังเลยซักนิด เธอถึงยืนได้เท้าเอวพลางส่งสีหน้าติดจะเอาเรื่องมาให้



“อีกอย่างกลิ่นเหงื่อนายตอนนี้ฉันรับไม่ได้สุดๆ ถ้าไม่ไปจัดการให้เรียบร้อยก็ไม่ต้องมานั่งหน้าฉันเลยย่ะ!”



เจอไม้ตายนี้เข้าไปอชิระก็รีบหุบปากฉับ แต่ก็ไม่วายตวัดสายตาไปมองกล่องคุกกี้ทิ้งท้าย นึกเสียดายโมเม้นต์หายากเมื่อครู่ขึ้นมาครามครัน...



“แล้วคุกกี้...”



“กลับมาค่อยกินก็ได้ มันไม่หายไปไหนหรอกย่ะ!”



เขาพยายามงัดสีหน้าจ๋อยสนิทไปขอความเห็นใจจากเธอให้อีกหน หากแม่คุณทูนหัวเธอกลับส่ายหน้าปลงๆ มาให้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิมอย่างระอา



ครั้นพอเขาส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังสองสาวที่นั่งอยู่ด้านหลัง ก็กลายเป็นว่าหนึ่งคนแค่อมยิ้มขำ ขณะอีกหนึ่งกระพริบตาปริบๆ คล้ายพยายามจะปะติดปะต่อสถานการณ์



...ในที่สุดก็เหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจ



“ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวเราเก็บส่วนของไข่หวานไว้ให้ ยังไงก็กลับมาได้กินอยู่แล้วแหละ”



การแปลสารของฆนาการทำให้อชิระนึกอยากโขกหัวกับกำแพงแถวนั้นแรงๆ สักที!



   เขาไม่ได้กังวลเรื่องนั้นสักหน่อยเฟ้ย ปัดธ่อ....!!



ท้ายที่สุดเขาก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินไปล้างหน้าสถานเดียว



“งั้นเดี๋ยวฉันไปล้างหน้าก่อนแป๊ปเดียว เดี๋ยวกลับมานะ” สิ้นคำร่างสูงๆ ก็แว่บหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว



“พิลึกจริงเชียว...” เสียงของอลิสาพึมพำไล่หลังตามไป



“ไข่หวานจะเป็นอะไรมากมั้ยนะ...เหมือนจู่ๆ ก็ชะงักไปเลย นี่เราพลาดอะไรไปรึเปล่า?” คำถามของฆนาการทำให้เด็กสาวนิ่งไปนิด



“เอ๊ะ...หรือว่าเป็นเพราะเรื่องนั้นกันนะ?”



คราวนี้ตัณศลาหันกลับมามองด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น “เรื่องอะไรเหรอ เมย์?”



คนถูกถามแค่ชักสีหน้าปุเลี่ยนมาให้พักหนึ่ง ก่อนออกปากเล่าอย่างเสียไม่ได้



“สงสัยหมอนั่นจะฝังใจเรื่องคราวก่อนตอนฉันจะป้อนไอติมลำไยใส่ปากน่ะสิ ถึงได้ทำท่าตกอกตกใจเสียจนลนลาน ขนาดนั้นน่ะ” พูดแล้วก็ชักกังวลใจขึ้นมาหน่อยๆ ดูท่าคราวนั้นเธอจะทำเกินกว่าเหตุไปเสียจริงๆ ด้วย...



ทว่าตัณศลากลับหัวเราะเบาๆ



“แบบนี้เขาเรียกเขินหรอก เมย์ ไม่ใช่ตกใจจนลนลานซักหน่อย”



เพราะเธอจงใจรำพึงให้ตัวเองได้ยินเพียงคนเดียว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงต้องออกปากถามงงๆ “ฮะ? เมื่อกี้คริสตัลว่าอะไรนะ??”



“เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร” Cool



เด็กสาวกล่าวปฏิเสธยิ้มๆ ใบหน้าสะสวยยังคงนิ่งสงบ ผิดกับเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งอยู่ติดกันซึ่งได้ยินชัดทุกคำ ฆนาการรีบหันมาทำตาโตใส่ ก่อนจะกระพริบปริบๆ พลางหันไปจ้องเพื่อนสาวคนต้นเรื่องกับแม่สาวตัวสูงสลับกันไปมาเหมือนคนเพิ่งเข้าใจความลับระดับจักรวาล



ตัณศลายังคงยิ้ม ไม่ต่อคำอธิบายใดๆ ก่อนใบหน้าหวานจะกระตุกมุมปากขึ้นไปอีกครั้นสายตาปราดไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า



“อ๊ะ เดี๋ยวจะมีอะไรสนุกๆ มาให้ดูอีกแล้วซิ”



ว่าจบเธอก็หันไปโบกมือให้ใครอีกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เรียกสายตาเพื่อนทั้งสองให้หันไปมองตาม เพียงพิทักษ์โบกมือกลับมาให้น้อยๆ ขณะค่อยๆ สาวเท้าเดินเอื่อยๆ มาหาจากอีกฟากหนึ่งของอาคาร



ตัณศลาพอจะเดาได้ว่าเด็กหนุ่มคงยืนมองเหตุการณ์ห่างๆ มาได้สักระยะแล้ว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาถึงได้ประดับรอยยิ้มขบขัน พลางชะเง้อชะแง้มองตามทางที่เพื่อนสนิทเพิ่งวิ่งไปล้างหน้าเมื่อสักครู่



“นั่งกินขนมอะไรกันอยู่เหรอ?” เขาทำทีเป็นแวะทักทายตามประสาคนมนุษย์สัมพันธ์ดี ก่อนจะมาหยุดยิ้มให้ผู้หญิงคนนึงนานเป็นพิเศษ



สาวน้อยคนข้างๆ ที่จู่ๆ ก็เกิดเห็นต้นไม้ข้างทางสวยงามขึ้นมากะทันหัน ถึงได้หลบไปจ้องแปลงสวนผัก ไม่ยอมสบตาเอาดื้อๆ



“คุ้กกี้น่ะ เราทำเองเลยนะ เพียงลองชิมดูหน่อยมั้ย?” ฆนาการเอ่ยชวนพลางส่งกล่องคุกกี้ไปให้



น้ำใจที่เพียงพิทักษ์ยิ้มรับ ก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นมาหมุนไปมา



“ฉันก็อยากกินนะ แต่มือเลอะน่ะ พอดีเพิ่งไปเล่นบาสมา” ว่าจบเขาก็เหลือบไปมองผู้หญิงตัวเล็กคนข้างๆ ที่กว่าจะยอมหันมาสบตาก็กินเวลานานพอสมควร



สบจังหวะพ่อคุณก็เลยส่งวาจาอ้อนหน้าซื่อต่อไปด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม



“ป้อนหน่อยซิ”



“หะ?”



อลิสาชะงัก เผลอตัวย้อนคำเสียงสูง



“ฉันอยากชิมน่ะ แต่พอดีมือเปื้อน...” อธิบายย้ำคำเดิมอีกที ก่อนจะส่งยิ้มประจบมาให้



“เพราะงั้นป้อนให้หน่อยซิ...นะ?”




คราวนี้เป็นทีเธอบ้างที่จู่ๆ ก็