[MS] Would you like some cookies?

posted on 25 Feb 2015 01:12 by alyssa-cubic in Main-Stories




*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์


 






 
เวลา: ม.5 ภาคเรียนที่ 2

ตัวละครที่กล่าวถึง: เมย์, คริสตัล, เมฆ, เพียง, ไข่หวาน, กาล 
 
 



 
 - ไม่ได้กลับมาอัพบล็อคนานมาก ฟิคนี้เขียนเสร็จไว้เป็นปี แต่รออะไรไม่รู้ทำให้ไม่ได้อัพ จนป่านนี้ก็ยังจำไม่ได้ Foot in mouth ทีแรกก็กะจะไม่อัพแล้วล่ะ แต่คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลงๆ ไปก็แล้วกันให้มันครบเป็นหมวดๆ เนอะ



- ว่าแต่เวลาผ่านมาจนป่านนี้แล้ว สรุปว่ารุ่นนี้มันจะจีบกันติดสักคู่นึงรึยัง มีแต่ซากเถิดเทิงทิ้งไว้เต็มไปหมดเลยเนี่ย 5555555




- ผ่านการปรูฟจากแม่เพียง @justpitak เมื่อนานมาแล้ว ส่วนแม่ๆ ตัวอื่นนั้น.........กลับมาแวะดูก็ลงชื่อไว้หน่อยนะจ๊ะ เอกสิทธิ์ของลูกเจ้าเป็นของพี่หมดแล้วมั้งเนี่ย 5555555



 
 


X – X – X – X – X – X – X – X




 
 
 
 
หลังมื้อกลางวันในโรงอาหารผ่านไปอย่างราบรื่น สาวแสนเงียบอย่างฆนาการก็จัดการหยิบขนมทำเองขึ้นมาเปิด ก่อนคุ้กกี้แฮนด์เมดขนาดพอดีคำจะค่อยๆ ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มเพื่อนสาวที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะ



เสียงหัวเราะคิกคักลอยมาเข้าหูอชิระ ส่งให้ร่างสูงตวัดสายตามามองระหว่างกำลังเดินออกมาจากสนามบอลกับเบนจามิน และสิ่งที่เตะตาเด็กหนุ่มที่สุดคงไม่พ้นร่างเล็กๆ ของแม่สาวสวยผมสีน้ำตาลที่กำลังส่งขนมหวานเข้าปาก พลางชักชวนกลุ่มเพื่อนสนิทพูดคุยจุกจิกอย่างสนุกสนาน



แน่ล่ะว่าของฟรีล่อใจก็มีส่วนชวนให้อยากฝากท้อง แต่เจ้าหล่อนก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหา



“น่ากินจัง ขอกินด้วยคนสิ” เสียงทุ้มเอ่ยแทรกมาจากทางด้านหลัง ก่อนมือยาวๆ ของพ่อคนคลั่งลูกบอลจะเอื้อมตามมาแต่ไกล



หากยังไม่ทันคว้าโดนคุกกี้ ฝ่ามือเรียวๆ ของผู้หญิงคนข้างๆ ก็ตีเผียะเข้าให้เสียก่อน “สกปรก! เพิ่งไปเล่นบอลมาใช่มั้ย? มือนี่ไปจับอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ ไปล้างก่อนเลยไป”



เสียงดุๆ ที่เอ็ดขึ้นตามหลังทำพ่อเจ้าประคุณมุ่ยหน้ามาให้



“โหย ไม่เอาอะ ก๊อกน้ำอยู่ตั้งไกล ขอกินชิ้นเดียวเอง รับรองว่าเชื้อโรคไม่ทันเข้าปากหรอก”



อลิสาแยกเขี้ยววับ “แต่คนอื่นเขาจะไม่อยากหยิบขนมกินต่อจากนายย่ะ!”



หล่อนแหวกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนคนฟังคอตก ใบหน้าติดจะดูดีบูดบึ้งซะหมดหล่อ แม้จะไร้ท่าทียอมจากไปล้างมือดีๆ ที่ไหน



เห็นคนข้างๆ จ๋อยสนิท อลิสาก็ชักจะรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆ



“อยากกินมากเหรอ?”



คำเปรยที่อชิระพยักหน้าหงึก



“อยากกินสิ”




ปากก็ตอบไปโดยไม่คิด นึกไม่ถึงว่าวินาทีต่อมาเจ้าหล่อนจะทำอะไรเหนือความคาดหมายให้เขาต้องจดจำไปอีกนาน...



“เอ้า!” สิ้นเสียงคุ้กกี้ขนาดพอดีคำก็ลอยหวือมาหยุดอยู่ตรงหน้า “อ้าปากสิ”



นัยน์ตาของผู้พูดใสแจ๋วราวกับกำลังกล่าว ‘ถ้าอยากจะตื่นก็ลืมตา ถ้าหิวก็หาข้าวกินซะ’ ยังไงยังงั้นแหละ



ผิดกับคนตรงข้ามที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาปให้กลายเป็นก้อนประติมากรรมน้ำแข็งไปแล้ว!



อชิระกระพริบตาซ้ำหลายๆ ครั้ง ครั้นยังเห็นหน้าสวยๆ ของผู้หญิงคนเดิมกำลังยื่นส่งคุกกี้มาจ่อใกล้ๆ ปากด้วยดวงตาใสแป๋วเข้าอีกรอบ เด็กหนุ่มก็พลันรู้สึกถึงอุณหภูมิบนใบหน้าที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ



และชั่ววินาทีถัดมาร่างสูงๆ ก็สะดุ้งโหยง แล้วขยับตัวถอยห่างออกจากแม่สาวคนสนิทยาวเป็นวา!




....ปฏิกิริยาตอบสนองที่อลิสาถึงกับตาค้าง!




เด็กสาวและเพื่อนอีกสองคนจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึงขณะลอบกระพริบตาซ้ำๆ เหมือนอยากจะยืนยันว่าพวกเธอตาไม่ฝาดไปแน่ๆ



โครงหน้าเข้มๆ ของเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าหน้าด้านที่สุดในรุ่นกำลังซับสีเลือดสีแดงก่ำ และยิ่งค่อยๆ ทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใบหูที่แดงแจ๋เสียจนแทบจะเห็นกลุ่มควันลอยออกมาอยู่รอมร่อ ชนิดแค่เห็นก็ยังเริ่มรู้สึกร้อนแทน!



ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเพิ่งได้สติ มือข้างหนึ่งถึงได้ถูกยกขึ้นปิดบังส่วนหนึ่งของใบหน้าคล้ายกำลังจะคิดหาทางออก



“เดี๋ยว--ขอเวลาทำใจแป๊ป!” พูดจบพ่อเจ้าประคุณก็ส่งท่าสต็อปมาให้ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ราวกับจะเรียกร้องขอเวลานอก



อาการที่อลิสางงเป็นไก่ตาแตก แทบอยากจะหันไปกรี๊ดใส่หน้าอีกฝ่ายดังๆ ว่า  ทำใจบ้าบออะไรของนายยะ!



ทีแรกเธอก็กะจะประท้วงกลับไปอยู่หรอกว่าเธอเปล่าใส่ยาพิษอะไรลงไปซักหน่อย แต่พอเห็นว่าอชิระลนลานผิดปกติ เธอก็ชักเริ่มจะเป็นห่วงขึ้นมาจริงๆ



“ไข่หวาน นายเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย?” อลิสาเดินไปถามด้วยท่าทีเป็นกังวล เด็กสาวเอียงคอ พยายามไล่สบตาอีกฝ่ายที่เอาแต่หันหน้าหนีเธอเสียดื้อๆ



เธอไม่เคยเห็นคนตรงหน้าเป็นแบบนี้มาก่อน



ไม่สิ...เคยเป็นแบบนี้อยู่หนนึงเมื่อหลายเดือนที่แล้ว แต่ก็เป็นอยู่พักเดียวก็หาย เธอเลยไม่ทันได้นึกติดใจอะไร



“คือ...” อชิระหลบตา ตอบตะกุกตะกัก ก่อนจะตัดใจกระแอมตั้งสติ “คือฉันแค่...”



ว่าแล้วก็เบนสายตามาสบใหม่ ใบหน้าคร้ามคมที่ถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่งยังคงแดงจัดไม่หาย ก็ไม่น่าแปลกล่ะในเมื่อใจเขายังเต้นเร็วหยั่งกับรัวกลอง แต่แม้กระนั้นคนพูดก็ยังไม่ยอมหลบสายตา



เขานึกคำอธิบายสถานการณ์ไม่ออก เลยทำได้แค่ส่งสายตาเจือประกายแแปลกๆ ไปให้คนมองขมวดคิ้วกลับมาอย่างไม่เข้าใจ



เกมจ้องตาดำเนินไปได้พักเดียว สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่อดรนทนไม่ไหว



“ไข่หวาน...”



“ครับผม?”



“ฉันว่า...” อลิสาลากเสียง ก่อนจะชี้ไปทางก๊อกน้ำที่อยู่หลังโรงอาหาร “...นายไปล้างหน้าก่อนเลยดีกว่า บางทีแดดมันอาจจะแรงมากจนทำนายเพี้ยนไปแล้วก็ได้”



คำสรุปเล่นเอาคนโดนไล่ถึงกับยืนอึ้ง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะประท้วง หากแม่สาวน้อยคนงามของรุ่นกลับไม่มีท่าทีจะอยากฟังเลยซักนิด เธอถึงยืนได้เท้าเอวพลางส่งสีหน้าติดจะเอาเรื่องมาให้



“อีกอย่างกลิ่นเหงื่อนายตอนนี้ฉันรับไม่ได้สุดๆ ถ้าไม่ไปจัดการให้เรียบร้อยก็ไม่ต้องมานั่งหน้าฉันเลยย่ะ!”



เจอไม้ตายนี้เข้าไปอชิระก็รีบหุบปากฉับ แต่ก็ไม่วายตวัดสายตาไปมองกล่องคุกกี้ทิ้งท้าย นึกเสียดายโมเม้นต์หายากเมื่อครู่ขึ้นมาครามครัน...



“แล้วคุกกี้...”



“กลับมาค่อยกินก็ได้ มันไม่หายไปไหนหรอกย่ะ!”



เขาพยายามงัดสีหน้าจ๋อยสนิทไปขอความเห็นใจจากเธอให้อีกหน หากแม่คุณทูนหัวเธอกลับส่ายหน้าปลงๆ มาให้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิมอย่างระอา



ครั้นพอเขาส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังสองสาวที่นั่งอยู่ด้านหลัง ก็กลายเป็นว่าหนึ่งคนแค่อมยิ้มขำ ขณะอีกหนึ่งกระพริบตาปริบๆ คล้ายพยายามจะปะติดปะต่อสถานการณ์



...ในที่สุดก็เหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจ



“ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวเราเก็บส่วนของไข่หวานไว้ให้ ยังไงก็กลับมาได้กินอยู่แล้วแหละ”



การแปลสารของฆนาการทำให้อชิระนึกอยากโขกหัวกับกำแพงแถวนั้นแรงๆ สักที!



   เขาไม่ได้กังวลเรื่องนั้นสักหน่อยเฟ้ย ปัดธ่อ....!!



ท้ายที่สุดเขาก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินไปล้างหน้าสถานเดียว



“งั้นเดี๋ยวฉันไปล้างหน้าก่อนแป๊ปเดียว เดี๋ยวกลับมานะ” สิ้นคำร่างสูงๆ ก็แว่บหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว



“พิลึกจริงเชียว...” เสียงของอลิสาพึมพำไล่หลังตามไป



“ไข่หวานจะเป็นอะไรมากมั้ยนะ...เหมือนจู่ๆ ก็ชะงักไปเลย นี่เราพลาดอะไรไปรึเปล่า?” คำถามของฆนาการทำให้เด็กสาวนิ่งไปนิด



“เอ๊ะ...หรือว่าเป็นเพราะเรื่องนั้นกันนะ?”



คราวนี้ตัณศลาหันกลับมามองด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น “เรื่องอะไรเหรอ เมย์?”



คนถูกถามแค่ชักสีหน้าปุเลี่ยนมาให้พักหนึ่ง ก่อนออกปากเล่าอย่างเสียไม่ได้



“สงสัยหมอนั่นจะฝังใจเรื่องคราวก่อนตอนฉันจะป้อนไอติมลำไยใส่ปากน่ะสิ ถึงได้ทำท่าตกอกตกใจเสียจนลนลาน ขนาดนั้นน่ะ” พูดแล้วก็ชักกังวลใจขึ้นมาหน่อยๆ ดูท่าคราวนั้นเธอจะทำเกินกว่าเหตุไปเสียจริงๆ ด้วย...



ทว่าตัณศลากลับหัวเราะเบาๆ



“แบบนี้เขาเรียกเขินหรอก เมย์ ไม่ใช่ตกใจจนลนลานซักหน่อย”



เพราะเธอจงใจรำพึงให้ตัวเองได้ยินเพียงคนเดียว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงต้องออกปากถามงงๆ “ฮะ? เมื่อกี้คริสตัลว่าอะไรนะ??”



“เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร” Cool



เด็กสาวกล่าวปฏิเสธยิ้มๆ ใบหน้าสะสวยยังคงนิ่งสงบ ผิดกับเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งอยู่ติดกันซึ่งได้ยินชัดทุกคำ ฆนาการรีบหันมาทำตาโตใส่ ก่อนจะกระพริบปริบๆ พลางหันไปจ้องเพื่อนสาวคนต้นเรื่องกับแม่สาวตัวสูงสลับกันไปมาเหมือนคนเพิ่งเข้าใจความลับระดับจักรวาล



ตัณศลายังคงยิ้ม ไม่ต่อคำอธิบายใดๆ ก่อนใบหน้าหวานจะกระตุกมุมปากขึ้นไปอีกครั้นสายตาปราดไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า



“อ๊ะ เดี๋ยวจะมีอะไรสนุกๆ มาให้ดูอีกแล้วซิ”



ว่าจบเธอก็หันไปโบกมือให้ใครอีกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เรียกสายตาเพื่อนทั้งสองให้หันไปมองตาม เพียงพิทักษ์โบกมือกลับมาให้น้อยๆ ขณะค่อยๆ สาวเท้าเดินเอื่อยๆ มาหาจากอีกฟากหนึ่งของอาคาร



ตัณศลาพอจะเดาได้ว่าเด็กหนุ่มคงยืนมองเหตุการณ์ห่างๆ มาได้สักระยะแล้ว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาถึงได้ประดับรอยยิ้มขบขัน พลางชะเง้อชะแง้มองตามทางที่เพื่อนสนิทเพิ่งวิ่งไปล้างหน้าเมื่อสักครู่



“นั่งกินขนมอะไรกันอยู่เหรอ?” เขาทำทีเป็นแวะทักทายตามประสาคนมนุษย์สัมพันธ์ดี ก่อนจะมาหยุดยิ้มให้ผู้หญิงคนนึงนานเป็นพิเศษ



สาวน้อยคนข้างๆ ที่จู่ๆ ก็เกิดเห็นต้นไม้ข้างทางสวยงามขึ้นมากะทันหัน ถึงได้หลบไปจ้องแปลงสวนผัก ไม่ยอมสบตาเอาดื้อๆ



“คุ้กกี้น่ะ เราทำเองเลยนะ เพียงลองชิมดูหน่อยมั้ย?” ฆนาการเอ่ยชวนพลางส่งกล่องคุกกี้ไปให้



น้ำใจที่เพียงพิทักษ์ยิ้มรับ ก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นมาหมุนไปมา



“ฉันก็อยากกินนะ แต่มือเลอะน่ะ พอดีเพิ่งไปเล่นบาสมา” ว่าจบเขาก็เหลือบไปมองผู้หญิงตัวเล็กคนข้างๆ ที่กว่าจะยอมหันมาสบตาก็กินเวลานานพอสมควร



สบจังหวะพ่อคุณก็เลยส่งวาจาอ้อนหน้าซื่อต่อไปด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม



“ป้อนหน่อยซิ”



“หะ?”



อลิสาชะงัก เผลอตัวย้อนคำเสียงสูง



“ฉันอยากชิมน่ะ แต่พอดีมือเปื้อน...” อธิบายย้ำคำเดิมอีกที ก่อนจะส่งยิ้มประจบมาให้



“เพราะงั้นป้อนให้หน่อยซิ...นะ?”




คราวนี้เป็นทีเธอบ้างที่จู่ๆ ก็เกิดอาการหน้าร้อนขึ้นมากะทันหัน ใบหน้าหวานๆ ของเด็กสาวตรงหน้ากลายเป็นสีชมพูระเรื่ออย่างคุมไม่อยู่ ระหว่างละล่ำละลักหาคำพูดเสียงสูง



“ต--ตลกละ! ท--ทำไมฉันต้อง---!”



“น่า...นะ...?”



และก็เป็นอีกครั้งที่เขาใช้น้ำเสียงเรียบง่ายหากได้ผลชะงัด



ทั้งที่ไม่ได้ต่อรอง ไม่ได้รบเร้า ไม่ได้ทำการใดๆ ให้เธอนึกเคืองหรือรำคาญ



อลิสาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงยอมใจอ่อนกับหมอนี่ทุกที คงเพราะแบบนี้ละมั้ง เธอถึงได้นึกหมั่นไส้ตาบ้านี่เหลือเกิน



ไม่รู้ว่าเป็นที่รอยยิ้มชวนมองนั่น หรือน้ำเสียงทุ้มฟังเพลินๆ ที่อีกฝ่ายชอบใช้



...หรือจะเป็นเพราะสายตาแปลกๆ ที่มักจะทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคงกันแน่



คิดแล้วเธอก็รู้สึกใจเต้นแปลกๆ ถึงได้ตวัดสายตากลับไปมองฆนาการกับตัณศลาคล้ายจะขอความเห็น หากคนเป็นเจ้าของขนมกลับยื่นกล่องพลาสติกใส่คุ้กกี้มาให้เธอโดยไม่พูดอะไร ส่วนแม่เพื่อนสนิทตัวสูง แค่คลายรอยยิ้มผู้ดีมาให้ ผิดกับแววตาวาววับบ่งบอกถึงความสนุกสุดๆ ของเจ้าตัวที่แน่นอนว่าอลิสามองไม่ออก



ในที่สุดเธอก็หันกลับไปมองหน้าผู้ชายคนตรงข้ามที่เขยิบมายืนอยู่ข้างๆ อีกครั้ง



ใบหน้าเกลี้ยงเกลายังแย้มยิ้มประจบ ไม่ต่างกับดวงตาเรียวรีที่เปล่งประกายวิบวับ



   ที่เขามาเจาะจงเอากับเธอก็คงเป็นเพราะว่าเธอนั่งอยู่เก้าอี้ตัวนอกสุด ใกล้กับจุดที่เขายืนอยู่ แค่คนเดียวหรอกนะ...



   จะไปให้คนอื่นป้อนมันก็ลำบากใช่มั้ยล่ะ...



ทั้งที่ควรจะรู้สึกสบายใจ แต่ทำไมอลิสาถึงได้นึกฉุนขึ้นมาเสียเฉยๆ ก็ไม่รู้ ร่างบางจึงส่งเสียงฮึดฮัด ขณะเอื้อมไปคว้าขนมมาถือ



ทว่าพอจะหันกลับมาป้อนใส่ปากคนตรงหน้าเข้าให้จริงๆ...เธอกลับฉายแววลังเล...



นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตค่อยๆ เลื่อนกลับมามอง ก่อนจะหันหลบ ขณะยื่นส่งขนมให้



“เอ้า...อ้าปากซิ...” คำพูดที่กล่าวเบาหวิว แต่ก็ชัดพอจะเรียกรอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของคนฟัง



เพียงพิทักษ์รีบโน้มตัวลงปฏิบัติตามแต่โดยดี







และในชั่ววินาที







ที่ขนมแสนหวานกำลังจะลอยเข้าปาก











คุกกี้ชิ้นนั้นก็ถูกเปลี่ยนเข้าไปสู่มือของอีกคน...







....ที่แทบจะยัดมันตรงลงคอหอยคนที่กำลังรอกินอยู่อย่างแรง!







การกลั่นแกล้งที่เพียงพิทักษ์แทบทรุด ร่างสูงถึงกับต้องหนีไปสำลักของหวานเสียงดังค่อกแค่ก ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่ไอ้เพื่อนบ้าที่เล่นนอกกติกาได้อย่างน่าเกลียด





ไข่หวาน!...-แค่กๆ-...นี่แกจะฆ่าฉันเรอะ!!” พูดไปก็ไอโขลกๆ รู้สึกได้ถึงเศษคุ้กกี้ที่กระจายอยู่เต็มปาก แถมยังหล่นเผื่อแผ่ลงมาเปรอะถึงคอเสื้อ



   โชคดีนะที่มันเป็นคุกกี้นิ่มแถมยังชิ้นไม่ได้ใหญ่มาก



   ไม่งั้นป่านนี้เขาได้ล้มลงไปชักตายเพราะไอ้คนขี้หึงจริงๆ แน่!



“เปล่า... ก็เห็นหน้าแกอยากกินมาก ก็เลยช่วยสงเคราะห์ให้ไง”



ประโยคกวนโอ๊ยดังมาจากร่างสูงๆ ที่จัดการล้างหน้าล้างตาและล้างมือเสียจนสะอาดตามคำสั่งแม่คุณทูนหัวมาเรียบร้อย ดูเหมือนเขาจะกลับมาทันเห็นช็อตเด็ดทันพอดี ถึงได้พุ่งสปีดเข้ามาทำลายโมเม้นต์ชวนฝันของเพื่อนสนิทเสียจนพังยับเยิน



และที่น่าถีบไปกว่านั้นก็คือพ่อเจ้าประคุณยังทำการหย่อนก้นลงนั่งบนม้านั่งตัวที่ว่างอยู่ข้างๆ ผู้หญิงที่เพิ่งโดนแย่งคุ้กกี้ออกมาจากมือ แล้วหันไปคว้าขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ต่อเองเสียอีก



เป็นการปิดช่องทางการสนทนาระหว่างเขากับเจ้าหล่อนอย่างสมบูรณ์



เพียงพิทักษ์กระตุกรอยยิ้มเย็นเยียบ ระหว่างนึกทดเอาไว้ในใจ



   จำไว้เลยนะไอ้บัดซบ...!



ทว่าอชิระก็ตีปีกทำอารมณ์ดีได้ไม่นานนัก เมื่อกาลกับนนทกรเดินสวนออกมาจากอีกด้านของโรงอาหาร และพอหันมาเห็นเขา เด็กหนุ่มใต้กรอบแว่นก็ขมวดคิ้วนิด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงวดๆ



“ไข่หวาน ครูคมนัดนายเอาไว้ก่อนเรียนคาบบ่ายไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่ไปคุยมารึยังเนี่ย?” คำเตือนที่เล่นเอาคนความจำสั้นถึงกับสะดุ้งโหยง



“ชิบหายละ! ฉันลืมไปสนิทเลย!! งั้นฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกันข้างบนนะ เมย์” ว่าจบร่างสูงๆ ก็เผ่นปรู๊ดวิ่งหายไปทางโรงพละทันที



“อื้อ จะไปก็ไปซิ...” อลิสาพึมพำไล่หลัง แล้วมุ่นหัวคิ้วมองตามไปอย่างงงๆ



   แล้วจะมาบอกเธอทำไมนะ?



อาการที่ตัณศลาได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ อย่างนึกปลง



   บางทีเพื่อนสาวของเธอก็ซื่อซะเหลือเกิน...



   น่าสงสารจริงจริ้ง...ทั้งคู่เลยนั่นละนะ...



ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงออดเข้าเรียนก็ดังขึ้น บรรดานักเรียนแถวนั้นจึงพากันเก็บข้าวของเตรียมกลับขึ้นตึกเรียน และนั่นรวมไปถึงโต๊ะสุดท้ายของโรงอาหารที่พวกเธอยึดครองกันอยู่ด้วย



ฆนากรก้มลงเก็บกล่องคุกกี้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินตามตัณศลากลับขึ้นห้อง อลิสาเองก็กำลังจะลุกตามไปอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าเสียงไอค่อกแค่กๆ จากคนข้างๆ ลอยมาเข้าหูเสียก่อน



เธอได้ยินอีกฝ่ายไอไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อตะกี้นี้แล้ว จึงอดจะหันกลับไปมองด้วยสีหน้าเป็นห่วงไม่ได้



“นี่...เป็นอะไรมากรึเปล่า? เอาน้ำมั้ย?” ว่าจบเธอก็ส่งน้ำเปล่าของตัวเองไปให้เพื่อนหนุ่มที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ



เขาหันมามองหน้า ก่อนจะขยับยิ้มรับ



“ขอบใจนะ”



เพียงพิทักษ์เอื้อมมือออกไปรับแก้ว มือใหญ่จึงสัมผัสโดนปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้



ปกติเขามักหลีกเลี่ยงการแตะต้องตัวเพื่อนผู้หญิง และถ้าหากจำเป็นเขาจะสัมผัสอีกฝ่ายแค่เพียงผ่านๆ แล้วจะรีบดึงมือออกมาอย่างสุภาพ



ผิดจากคราวนี้ ฝ่ามือหนาแตะทาบอยู่บนปลายนิ้วเธอนานกว่าปกติ แถมยังไม่มีท่าทีจะถอนมือออกง่ายๆ จนอลิสาเผลอสะดุ้งน้อยๆ กับสัมผัสอุ่นที่เธอไม่คุ้นชิน ดวงตาสีน้ำตาลตวัดขึ้นสบกับคนตรงหน้าวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบเสหลบไปอย่างรวดเร็ว



ท้ายที่สุดเธอก็ต้องยอมเป็นฝ่ายผละมือออก แล้วยกมันปัดเส้นผมขึ้นไปทัดหูแก้เก้อ



“...พวกนายสองคนก็อะไรก็ไม่รู้ เล่นพิเรนทร์กันเป็นเด็กๆ กันไปได้”



คำกล่าวที่เพียงพิทักษ์หัวเราะเสียงแหบต่ำมาให้



“หึหึ เจ้าบ้านั่นมันเล่นขี้โกงอยู่คนเดียวต่างหาก ฉันเปล่าทำอะไรซักหน่อย”



ขี้โกง?”



เพียงพิทักษ์แค่ยกน้ำเปล่าขึ้นจิบ ไม่ตอบคำถาม





ผ่านไปนานพอสมควร กว่าน้ำเสียงทุ้มจะรำพึงกับตัวเอง



“...แต่ก็คุ้มแหละนะ”



ดูท่าเสียงของเขาจะไม่เบาเท่าที่คิด ผู้หญิงตรงหน้าถึงได้หันมาเลิกคิ้วแสดงความสงสัย



เด็กหนุ่มขยับยิ้มยั่ว ดวงตาวาววับ



“ถึงจะไม่ใช่คุ้กกี้... แค่ได้กินน้ำต่อก็คุ้มแล้ว”



ประโยคแฝงนัยอลิสานิ่งค้างไปนาน



ก่อนใบหน้าขาวเนียนของผู้หญิงตรงหน้าจะซับสีเรื่อร้อนวูบวาบ



“บ..บ้า!”



เจ้าหล่อนหันมาว่าเขาทิ้งท้าย ก่อนจะสะบัดเดินหนี ให้เพียงพิทักษ์มองตามร่างเล็กๆ นั่นไปจนสุดสายตา




และอมยิ้มน้อยๆ กับตัวเอง





สัมผัสจากปลายนิ้วเมื่อครู่นี้ยังคงอุ่น






เช่นเดียวกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเขา






####################
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แม่เพียงไม่จีบ แม่เมย์จีบเองได้



ความจริงแค่เธอปลดโหมดสุภาพบุรุษไม่แตะต้องหญิงออกนี่ก็พอละนะ



ตอนคุยกันเราว่าอะไรนะ? ให้เพียงพิทักษ์ไปอัพเกรทวิชาขโมยซีนมาสู้กับอชิระเดี๋ยวนี้...?
ดูท่าไม่ต้องอัพเกรทละมั้ง... มหาชีคซะอย่าง ลูกไม้เบนเท็นแค่นี้ไม่ครณามือหรอก
(แค่เกือบสำลักคุกกี้ตายเอง...)



สงสารก็แต่อชิระจริงจริ๊ง...แปลงร่างกันดั้มมาสู้ดีมั้ยเนี่ย...  #หยุดนะ



ประเด็นเอ็นทรีนี้คือมันมีข้อนึงใน DB ไข่หวานที่หลายคนรวมทั้งดิฉันลืมไปแล้วคือ...ไข่หวานอ่อนไหวกับคนที่ตัวเองชอบมาก เจออะไรนิดหน่อยก็จะหน้าแดง เอามือปิดหน้าหลบไปเขิน........




คือจังหวะที่อ่านเจอนี่แบบ.....................เดดแอร์
 ชิบหายวายวอดละฉันให้มันหน้าด้านจีบสาวมาชาติกว่า



แต่ส่วนตัวถ้าแถเข้าข้างตัวเองและจากที่เคยจำได้ผ่านการทรงไข่หวาน*วรุณที่แม่ไข่กับพ่อวรุณเล่นกันเอง เราได้ฟีลมาว่าไข่หวานจะเป็นโหมดนั้นกับคนที่เหมือนจะถูกใจปิ๊งปั๊งทันทีทันใดมากกว่า



นึกออกมะ เหมือนเคมีประมาณแบบถูกตาสาวงามคนนี้ แอบชอบมาตั้งแต่ประถม
เจออีกทีมัธยมแล้วใจเต้นโครมๆ ไรงี้




แต่สำหรับเมย์คือมันเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน แถมยังออกแนวแบบไม่ค่อยจะถูกกันด้วย ความประทับใจต่อกันต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบเผลอเป็นกัดๆ กันทุกห้านาที ไอ้จู่ๆ จะให้ไปเอะอะเขินเต็มสตรีมนี่มันก็บั่บ.....แหม่งๆ ยังไงชอบกลเนอะ...



ด้วยเหตุนี้ก็เลยทึกทักเอาเองว่า ถ้าเมย์ไม่หลุดทำอะไรให้ใจเต้นจริงๆ อย่างเช่น ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แบบในแฟนซี ป้อนข้าวป้อนน้ำเหมือนในฟิคนี้ ไข่หวานก็น่าจะปฏิบัติกับเจ้าหล่อนเหมือนๆ เดิมนั่นแหละ แค่เลิกชวนทะเลาะ เลิกด่าว่ายัยแม่มด แล้วยอมๆ เอาใจเจ้าหล่อนไปก็เท่านั้นเอง



แล้วเมย์นี่นา...มันจะมีเซอร์วิสสาวน้อยไร้เดียงสาชวนกระตุ้นให้ใจเต้นแบบการ์ตูนฮาเร็มเยอะแยะที่ไหนละเอ้อ #แม่มันก็ออกจะทื่อมะลื่อขนาดนี้




ก็เอาเป็นว่าเคลียร์ไปละกันเนอะ





แต่.........หากใครมีข้อติติงหรือไม่เห็นด้วยโปรดบอก เราจะมาคุยกัน
ถ้าหากมันเกินเยียวยาจริงๆ ก็.....ล่มฟิคข่ะคุณณณณณณ
 #น้ำตาไหลพรากกก





ปล. รู้สึกละว่าคริสตัลเหมือนใคร...รู้สึกเขียนถึงนางทีไรหน้า โทโมโยะ ใน CCS ลอยมาทุกทีเลยยังไงก็ไม่รู้แฮะ


ปลล. สรุปขอต๊ะไว้เพราะขี้เกียจจ้ะ








Comment

Comment:

Tweet

อยากอ่านตอนต่อไปค่ะพี่บี อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงง
มีล็อกคู่กันหรือเปล่านะ จำไม่ได้เสียแล้ว เลยต้องมาลุ้นว่าต่อไปใครจะลงเอยกับใคร 

รอติดตามเรื่อย ๆ ค่ะพี่ /ฮา

#1 By ::376SEC:: on 2015-03-02 07:28